svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

เลือกตั้ง69! "ปชน." เปิดตัว "พิศาล" อดีตเอกอัครราชทูตไทย เป็นว่าที่ รมว.ต่างประเทศ

06 ม.ค. 2569

เลือกตั้ง69! "พรรคประชาชน" เปิดตัว "พิศาล มาณวพัฒน์" อดีตเอกอัครราชทูตไทย เป็นว่าที่ รมว.ต่างประเทศ

6 มกราคม 2569 พรรคประชาชน เปิดตัว นายพิศาล มาณวพัฒน์ อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกา แคนาดา อินเดีย และอดีตหัวหน้าคณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรป

รวมถึงเคยเป็น 1 ใน 13 สมาชิกวุฒิสภา(สว.) ที่โหวตให้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นหนึ่งใน ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน และเป็นว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของรัฐบาลพรรคประชาชน ที่มี ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นนายกรัฐมนตรี

 

เลือกตั้ง69! "ปชน." เปิดตัว "พิศาล" อดีตเอกอัครราชทูตไทย เป็นว่าที่ รมว.ต่างประเทศ

 

เลือกตั้ง69! "ปชน." เปิดตัว "พิศาล" อดีตเอกอัครราชทูตไทย เป็นว่าที่ รมว.ต่างประเทศ

 

เลือกตั้ง69! "ปชน." เปิดตัว "พิศาล" อดีตเอกอัครราชทูตไทย เป็นว่าที่ รมว.ต่างประเทศ

 

 

ภารกิจรัฐบาลประชาชน คือการฟื้นคืนการทูตที่สง่างาม

 

ผมอยากไปเรียนต่อที่อังกฤษตั้งแต่อยู่ชั้นมัธยมศึกษา หลังจากฟังอาจารย์จอน อึ๊งภากรณ์ เล่าเรื่องการโบกรถกลับจากอังกฤษมาประเทศไทย ที่ห้อง 111 อาคาร 2 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา แล้วในที่สุด ผมก็มีโอกาสได้ไปศึกษาต่อปริญญาตรีที่อังกฤษสมความฝัน ด้วยทุนรัฐบาลตามความต้องการของกระทรวงการต่างประเทศ อันเป็นการหล่อหลอมจิตสำนึกการทำงานตลอดชีวิตราชการให้คิดถึงแต่ประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง โดยเฉพาะเพื่อคนส่วนใหญ่ที่ไม่มีโอกาสเหมือนที่ผมได้รับจากเงินภาษีของพวกเขา 

ระหว่างการเป็นนักศึกษาที่สำนักเศรษฐศาสตร์ลอนดอน (LSE) ผมมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อเรียกร้องสิทธิเสรีภาพและประชาธิปไตย ต่อสู้กับความไม่เป็นธรรมต่างๆ ในสังคมโลก รวมทั้งประเทศไทยซึ่งผ่านเหตุการณ์รัฐประหาร 6 ตุลา 2519 ความรุนแรงที่ลืมไม่ลง ผมเชื่อมั่นในหลักการสันติประชาธรรมของอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ผู้เป็นแม่แบบและแรงบันดาลใจในการทำงานราชการ

ตลอด 36 ปีในกระทรวงการต่างประเทศ ผมคิดและลงมือสร้างความเปลี่ยนแปลงในหน้าที่ความรับผิดชอบของทุกตำแหน่งที่ได้รับ ทั้งด้านนโยบายความมั่นคง เศรษฐกิจ งานบริหาร การเจรจาสนับสนุนผู้ประกอบการ เกษตรกร และผู้ส่งออก ตลอดจนคนไทยในต่างประเทศ ผมโชดดีที่ได้เห็น เรียนรู้ และทำงานใกล้ชิดกับผู้ใหญ่ที่เป็นนักการทูตแนวหน้าของไทยใน 20 ปีแรกอันเป็นยุคทองที่ทำให้ประเทศไทยมีการต่างประเทศที่สง่างาม นานาประเทศอยากคบหาร่วมมือและให้ความนับถือ 

15 ปีสุดท้ายของชีวิตราชการ โดยเฉพาะภายหลังรัฐประหาร 2557 ผมได้เห็นความตกต่ำของสถานะประเทศไทยในอาเซียนและเวทีระหว่างประเทศ คู่ขนานกับวิกฤตจากความถดถอยทางเศรษฐกิจและการจัดอันดับตามมาตรฐานสากลแทบทุกตัว เพราะความแตกแยกภายในประเทศ

แม้ประเทศไทยจะได้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งมาแล้วหลายรัฐบาล ความตกต่ำถดถอยทางเศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำภายในประเทศและการต่างประเทศยังมืดมัวและเลวร้ายกว่าเดิมในหลายกรณี ทั้งนี้เพราะการเมืองไทยยังเป็นแบบเก่า นักการเมืองเข้าสู่อำนาจเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง ภารกิจของประเทศโดยเฉพาะการปฏิรูปโครงสร้างเป็นเรื่องยากเกินกว่าที่จะคาดหวังว่าจะมีพรรคใดมุ่งมั่นเข้ามาเปลี่ยนแปลง เนื่องจากขัดผลประโยชน์ของพวกพ้อง กลุ่มอำนาจ และทุนสนับสนุนทางการเมือง การลดแลกแจกแถมแบบประชานิยมเห็นผลเร็วกว่าและง่ายกว่า

การเกิดขึ้นของพรรคอนาคตใหม่ ที่กลายเป็น ‘ก้าวไกล’ และ ‘ประชาชน’ ในปัจจุบัน ถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนและได้รับการตอบรับจากประชาชนอย่างชัดเจนในทุกการเลือกตั้ง เพราะเป็นความหวังเดียวที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ประเทศก้าวพ้นจากวิกฤตสารพัดที่ทำให้ประเทศไทยล้าหลังมาได้จนถึงเพียงนี้

5 ปี ในบทบาทสมาชิกวุฒิสภาได้ทำให้ผมตระหนักว่า แม้เรามุ่งมั่นที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงผ่านข้อคิดเห็น การอภิปราย และการประสานงานกับฝ่ายบริหาร ก็แทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้นทั้งสิ้น

ผมอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงให้การต่างประเทศไทยผงาดกลับมาสง่างามเหมือนที่ผมเคยเห็น และผมมั่นใจว่าจะเป็นไปได้ เมื่อได้ศึกษานโยบายพรรคประชาชน ติดตามการทำงานในสภา และได้สัมผัสกับความมุ่งมั่นของบุคลากรพรรคในรัฐสภา

 

ผมได้รับเชิญเข้าร่วมงานในคณะอนุกรรมาธิการสงครามการค้าในสภาผู้แทนราษฎรกับผู้บริหารระดับรองหัวหน้าพรรคประชาชนหลายคน ในปี 2568 ยิ่งมั่นใจในคุณภาพและความมุ่งมั่นในการทำงานแบบจริงจัง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ

 

ผมขอขอบคุณพรรคประชาชนที่เชิญผมเข้าร่วมทีมบริหาร เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง ให้การต่างประเทศกลับมาสง่างาม เลือกทุกข้างที่เป็นผลประโยชน์ชาติด้วยหลักการ ด้วยคุณค่าและเสน่ห์ทางการทูตของไทยที่เคยได้รับการชื่นชม ยกย่องจากนานาประเทศ ดังที่ผมได้เคยพบเห็นและสัมผัสมาแล้ว

ผมอยากร่วมมือกับทีมบริหารในการปรับโครงสร้างระบบบริหารและการทำงานของส่วนราชการในต่างประเทศ ที่จะช่วยตอบโจทย์ปัญหาหลักของรัฐบาล การสนับสนุนนโยบายเศรษฐกิจแบบมีอนาคต การส่งออก การลงทุน การท่องเที่ยว ที่ไม่เป็นสีเทา ความอยู่ดีกินดีไม่มีปัญหาปากท้อง การเชิดชูคุณค่าสิทธิมนุษยชน ความเท่าเทียมกันของคนในชาติ การได้เทคโนโลยีที่ก้าวทันโลกมาพัฒนาประเทศ ความร่มเย็นปลอดภัยโดยเฉพาะของประชาชนที่อยู่ตามชายแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน

โอกาสในการลงมือสร้างความเปลี่ยนแปลงในประเทศจากประสบการณ์ทำงานจริงของผม อยู่ที่การตัดสินใจของคนไทยผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งทุกคน

 

พิศาล มาณวพัฒน์ 
อดีตเอกอัครราชทูตไทย
ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ด้านการต่างประเทศ

 

 

เลือกตั้ง69! "ปชน." เปิดตัว "พิศาล" อดีตเอกอัครราชทูตไทย เป็นว่าที่ รมว.ต่างประเทศ ภาพจาก Royal Thai Embassy, Washington D.C.

 

 

 

 


สำหรับประวัติของ "นายพิศาล มาณวพัฒน์"


-ปัจจุบันอายุ 69 ปี 
-จบการศึกษาปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์ จาก London School of Economics and Political Science (LSE) 
-รับราชการกระทรวงการต่างประเทศนาน 36 ปี 
-เป็นเอกอัครราชทูตในประเทศสำคัญหลายประเทศ และเคยทำงานใกล้ชิดกับ นายอาสา สารสิน อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในรัฐบาล นายอานันท์ ปันยารชุน