4.บัญชี Grow savings โดย Kept by krungsri
บัญชีเงินฝากออมทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์ (ไม่มีสมุดคู่ฝาก) ดอกเบี้ยสูงสุด 2.22% ต่อปี ฝากได้สูงสุด 5 ล้านบาท
- อัตราดอกเบี้ย เดือนที่ 1 – 18 ดอกเบี้ย 1.75% ต่อปี
- อัตราดอกเบี้ย เดือนที่ 19 – 24 ดอกเบี้ย 2.22% ต่อปี เท่ากับ อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยตลอดระยะเวลาการฝากเงิน 1.87% ต่อปี สามารถเปิดบัญชีผ่าน Kept application
บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ มีแต่ได้ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
เปิดบัญชีออมทรัพย์ “มีแต่ได้ ออนไลน์” ผ่าน krungsri app ดอกเบี้ย 1.50% ต่อปี สำหรับยอดเงินฝากไม่เกิน 2 ล้านบาท ไม่กำหนดจำนวนเงินฝากขั้นต่ำ
5. บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ อีซี่ โดยธนาคารไทยพาณิชย์
เงินฝากประเภทออมทรัพย์ แบบไม่มีสมุดคู่ฝาก (E Passbook) ที่มีบริการ Mobile Banking รับดอกเบี้ยสูง
- ยอดเงินฝากไม่เกิน 2 ล้านบาท ดอกเบี้ย 1.50% ต่อปี
- ยอดเงินฝากส่วนที่เกิน 2 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 3 ล้านบาท ดอกเบี้ย 1.00%ต่อปี
- ยอดเงินฝากส่วนที่เกิน 3 ล้านบาท ดอกเบี้ย 0.65% ต่อปี
6.บัญชีเงินฝาก Krungthai NEXT
เงินฝากดอกเบี้ยสูงพิเศษ เมื่อเปิดบัญชีเงินฝาก Krungthai NEXT Savings ผ่านช่องทาง Krungthai NEXT Application สมัครง่าย ทำธุรกรรมได้ผ่านช่องทางออนไลน์
- ยอดเงินฝากไม่เกิน 2 ล้านบาท ดอกเบี้ย 1.50%
- ยอดเงินฝาก ส่วนที่เกินกว่า 2 ล้านบาท ดอกเบี้ย 0.65%
7.เงินฝากออมทรัพย์ดิจิทัล โปร-ฟิต ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์
ผลิตภัณฑ์เงินฝากออมทรัพย์ดิจิทัล โปร-ฟิต (Pro-Fit Digital Savings) โดยธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เป็นบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์ (Savings) แบบไม่มีสมุดคู่ฝาก (No-Passbook)
- ยอดเงินฝากไม่เกิน 3 ล้านบาท ดอกเบี้ย 1.5% ต่อปี
- ยอดเงินฝากสำหรับเงินฝากส่วนที่เกิน 3 ล้านบาท สูงสุดถึง 50 ล้านบาท ดอกเบี้ย 1.75% ต่อปี
- ยอดเงินฝากส่วนที่เกิน 50 ล้านบาท ดอกเบี้ย 0.25% ต่อปี
- เปิดบัญชีขั้นต่ำ 2,000 บาท เปิดบัญชีผ่าน LH Bank M Choice Mobile Banking Application
8.บัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์ e-Savings ธนาคารกรุงเทพ
เปิดบัญชีออนไลน์ เติม โอน จ่าย ลงทุน ง่ายในแอปเดียว ผ่านโมบายแบงก์กิ้ง
- ยอดเงินฝากไม่เกิน 1 ล้านบาท ดอกเบี้ย 1.50% ต่อปี
- ยอดเงินฝากส่วนที่เกิน 1 ล้านบาท ดอกเบี้ย 0.65% ต่อปี ระยะเวลาจ่ายดอกเบี้ย 2 ครั้งต่อปี ทุกปลายเดือนมิถุนายน และธันวาคมของทุกปี
9. บัญชี TISCO e-Savings ธนาคารทิสโก้
บัญชีออมทรัพย์ออนไลน์ที่เหมาะกับลูกค้าที่ต้องการความสะดวก ไม่ต้องไปสาขา
- ยอดเงินฝาก 0-1 ล้านบาท 1.55%
- ยอดเงินฝากส่วนที่เกิน 1 ล้านบาทขึ้นไป 0.50%
- ไม่กำหนดจำนวนเงินขั้นต่ำในการเปิดบัญชี
- กรณีบัญชีไม่มีการเคลื่อนไหวเป็นเวลา 18 เดือนติดต่อกัน จะเรียกเก็บค่ารักษาบัญชีเดือนละ 50 บาท หากมียอดคงเหลือต่ำกว่า 2,000 บาท
- จ่ายดอกเบี้ยเป็นรายเดือน ทุกวันที่ 25 ของเดือน
10. บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ อิเล็กทรอนิกส์ K-eSavings เปิดบัญชีออนไลน์ ดอกเบี้ยสูง สมัครผ่าน K PLUS ไม่ต้องไปธนาคาร รับดอกเบี้ยสูง 1.50% ต่อปี
อัตราดอกเบี้ยขั้นบันได ตามยอดเงินฝาก คิดแบบอัตราก้าวหน้า รายละเอียดดังนี้
- - ยอดเงินฝากไม่เกิน 300,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 1.50% ต่อปี
- - ยอดเงินฝากส่วนที่เกิน 300,000 บาท ขึ้นไป อัตราดอกเบี้ย 0.65% ต่อปี(อัตราดอกเบี้ยอาจมีการเปลี่ยนแปลง ดูข้อมูลล่าสุดได้ที่ https://www.kasikornbank.com/th/rate/pages/deposits.aspx)
- ลูกค้า 1 ราย สามารถเปิดบัญชี K-eSavings บน K PLUS ได้ไม่เกิน 5 บัญชีต่อคน
- โดยธนาคารจะแยกคำนวณดอกเบี้ยตามยอดเงินฝากเป็นรายบัญชี
- กรณีที่บัญชีนี้มีดอกเบี้ยรับเกิน 20,000 บาทต่อปี ดอกเบี้ยที่ได้รับจะเสียภาษีดอกเบี้ย ประเภทเงินฝากออมทรัพย์ 15%
บัญชีเงินฝากดอกพิเศษ LINE BK ธนาคารกสิกรไทย
สามารถเลือกระยะเวลาออมได้เอง ไม่ว่าจะออมสั้น 6 เดือน หรือออมยาว 12 เดือน
ระยะเวลาการฝาก 6 เดือน
- ยอดเงินฝากไม่เกิน 5 แสนบาทดอกเบี้ย 1%
- ยอดเงินฝากส่วนที่เกิน 5 แสน ไม่ได้รับดอกเบี้ย
ระยะเวลาการฝาก 12 เดือน
- ยอดเงินฝากไม่เกิน 5 แสนบาทดอกเบี้ย 1.50% ต่อปี
- ยอดเงินฝากส่วนที่เกิน 5 แสน ไม่ได้รับดอกเบี้ย
- สามารถมีบัญชีเงินออมดอกพิเศษได้สูงสุด 3 บัญชีต่อคน มีบัญชีเงินฝาก LINE BK หรือบัญชี KBank ที่ผูกไว้
11.บัญชีเงินฝาก TMRW ธนาคารยูโอบี
- ยอดเงินฝากไม่เกิน 1 ล้านบาทดอกเบี้ย 1.3% ต่อปี
- ยอดเงินฝากที่เกิน 1 ล้านบาท ดอกเบี้ย 0.25% ต่อปี
- ไม่มีขั้นต่ำในการเปิดบัญชี
- ไม่มีค่าธรรมเนียม บัญชีเคลื่อนไหวที่มียอดเงินฝากต่ำกว่าที่กำหนด
- โอนเงินจากบัญชี TMRW Everyday ของคุณมาเก็บในบัญชี TMRW Savings เพื่อรับดอกเบี้ยที่สูงขึ้นตามเงื่อนไข
ก่อนเปิดบัญชี e-Saving ต้องรู้ข้อมูลไม่ต่างจากบัญชีออมทรัพย์ทั่วไป ซึ่งผู้ฝากเงินควรรู้อัตราดอกเบี้ยและผลตอบแทนที่แท้จริง โดยในการเลือกเปิดบัญชีเงินฝากไม่ว่าจะเป็นประเภทใด สิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาและเปรียบเทียบ คือ ดอกเบี้ยและผลตอบแทนที่จะได้รับ
ดังนั้นสถาบันการเงินต้องเปิดเผยเงื่อนไขการจ่ายดอกเบี้ยอย่างชัดเจน เช่น วิธีการคำนวณดอกเบี้ย ความถี่ในการจ่าย จำนวนวันต่อปีที่ใช้ในการคิดดอกเบี้ย ซึ่งต้องปิดประกาศไว้ในที่เปิดเผย ณ ที่ทำการทุกแห่ง และเผยแพร่ในเว็บไซต์
นอกจากนี้อย่าลืมสังเกตวันที่อัตราดอกเบี้ยมีผลบังคับใช้ ที่สำคัญ คือ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย โดยผู้ฝากเงินต้องเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยของประเภทบัญชีแต่ละประเภทและแต่ละธนาคารแล้ว ก็ต้องคำนึงถึงภาษีหัก ณ ที่จ่าย ด้วย เพราะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผลตอบแทนที่แท้จริงที่จะได้รับลดลงไป ซึ่งเมื่อธนาคารจ่ายดอกเบี้ยก็จะทำการหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% กรณีดอกเบี้ยรับเกิน 20,000 บาทต่อปี