svasdssvasds
เนชั่นทีวี

การเงิน-การลงทุน

นักลงทุนกระหน่ำเทขาย "หุ้นพลังงาน-ค้าปลีก-ขนส่ง" ฉุดดัชนีร่วง

23 มกราคม 2567
เกาะติดข่าวสาร >> Nation Story
logoline

ตลาดหุ้นไทยปิดร่วง 13.38 จุด แรงขายหุ้นพลังงาน-ค้าปลีก-ขนส่งกดตลาด ผสมโรงความกังวลจีดีพีไทยปี 66 โตเพียง 1.8% ต่ำกว่าคาด 2.3% ขณะที่ต่างประเทศขายสุทธิ 2,032.67 ล้านบาท ประเมินกรอบแนวรับพรุ่งนี้ที่ 1,354 จุด แนวต้าน 1,360-1,375 จุด

นายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์  ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บล. กรุงศรีพัฒนสิน เปิดเผยถึงภาวะตลาดหุ้นไทยปิดที่ระ ดับ 1,356.54 จุด ลบ -13.38 จุด หรือ -0.98% โดยระหว่างวันดัชนีเคลื่อนไหวสูงสุด 1,375.76 จุด ต่ำสุด 1,352.48  จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 48,638.21 ล้านบาท กับ Nation Onlineว่า

ตลาดหุ้นไทยปิดร่วง  โดยดัชนีหุ้นไทย Underperform กว่าประเทศในฝั่งเอเชียที่ส่วนใหญ่ปรับขึ้น  ซึ่งหุ้นกลุ่มกดดัชนีหลักๆคือ กลุ่มพลังงาน (GULF, EA) กลุ่มค้าปลีก (CPALL , CPAXT), กลุ่มขนส่ง(AOT) ฯลฯ  ขณะที่กลุ่มหนุนดัชนีหลัก ๆ คือ  กลุ่มท่องเที่ยว ( MINT) กลุ่มสื่อสาร (TRUE, INTUCH) กลุ่มธนาคาร (KTB, BBL, KBANK) ฯลฯ  โดยหุ้นที่ปรับตัวลง เช่น 

💸 ZIGA -5.7%, BROOK -4.0%,JTS -0.33%

มีจิตวิทยาลบจากราคา Bitcoin ปรับลงแรงหลุด 4 หมื่นเหรียญฯ -4.66%d-d ปิดที่ 39,815.4 USD

〽️ BANPU -0.8%

ปรับลงรับราคา ถ่านหินล่วงหน้า Newcastle -0.43%d-d ปิดที่ US$ 127.45/ตัน  ก๊าซธรรมชาติ NYMEX -3.97%d-d  ปิดที่ US$2.419/MMBtu

📡 TRUE +2.8% 

ปรับขึ้นรับมุมมองงบ  KCS คาดขาดทุนปกติ 4Q23F ของ TRUE ที่ -1.64 พัน ลบ. ใกล้ๆกับ 3Q23  อย่างไรก็ดี หากพิจารณาที่ EBITDA 4Q23F จะดีขึ้นต่อเนื่อง +1%q-q จาก 1. รายได้บริการปรับขึ้นจาก High season ท่องเที่ยวและส่วนลดค่าบริการที่น้อยลงในกลุ่มรายเดือนทั้งมือถือและเน็ตบ้าน

2. การคุมค่าใช้จ่ายดำเนินงานดีขึ้นจากการใช้สินทรัพย์ร่วมกันมากขึ้น   ปัจจุบันซื้อขายบน EV/EBITDA’24F เหลือ 6.0 เท่า ต่ำกว่า ADVANC ที่ 7.8x  ยังคงคำแนะนำ BUY


 

นักลงทุนกระหน่ำเทขาย "หุ้นพลังงาน-ค้าปลีก-ขนส่ง" ฉุดดัชนีร่วง

〽️ SCGP -2.36% 

ปรับลงแรงหลังรายงาน กำไรปกติ 4Q23 ที่ 1,215 ลบ. (+94% y-y, -7% q-q) ต่ำกว่าที่เราและตลาดคาด จากรายได้ที่ต่ำกว่าคาด โดยเฉพาะสินค้า fibrous chain ที่ชะลอตัวลงกว่าคาดจากช่วงหน้าหนาวใน Europe เรามองผลประกอบการนั้นผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว หากแรงขายหมด เรามองสามารถซื้อตอบรับกำไรปกติ 1Q24F ที่คาดเติบโต y-y, q-q และภาพทั้งปี 2024F กลับมาเติบโตอีกครั้ง

🍿 SNNP +1.73% 

ปรับขึ้นจาก Outlook 4Q23F คาดกำไรยังเติบโต double digit y-y ได้  จากโรงงานเวียดนามเปิดครบ + เปิดตัว 4 สินค้าใหม่ในไทย และอัตรากำไรเพิ่ม ยังแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 21.3 บาท 

ด้านมูลค่าการซื้อขายพบว่า ต่างประเทศขายสุทธิ 2,032.67 ล้านบาท บัญชีบล.ขายสุทธิ  506.90 ล้านบาท ในประเทศซื้อสุทธิ 2,339.15 ล้านบาท สถาบันซื้อสุทธิ  200.42 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ประเมินกรอบแนวรับพรุ่งนี้ที่ 1,354 จุด แนวรับถัดไปที่ 1,345 จุด แนวต้านแรกที่ 1,360 จุด แนวต้านถัดไปที่ 1,375 จุด

นายศราวุธ เตโชชวลิต ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.อาร์เอชบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทย วันนี้ถูกกดดันจากกรณีที่โฆษกรัฐบาลออกมาเปิดเผยข้อมูลว่ากระทรวงการคลังรายงานตัวเลข GDP ปี 66 ขยายตัว 1.8% จากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้คาดการณ์ครั้งสุดท้ายที่ประมาณ 2.3% ซึ่งต่ำกว่า 0.5%

ทั้งนี้ส่งผลให้นักลงทุนเกิดความกังวล แต่เนื่องจากข่าวมาจากโฆษกรัฐบาล จึงต้องระวังเรื่องความสับสนของข้อมูล ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนตัดสินใจเทขายออกมาก่อน รวมทั้ง Futures ปรับลงด้วย

โดยแนวโน้มวันพรุ่งนี้ดัชนีมีโอกาสรีบาวด์ได้  ซึ่งต้องติดตามว่ากระทรวงการคลังจะแถลงภาวะเศรษฐกิจไทยออกมาอย่างไร ให้กรอบแนวรับ 1,342-1,350 จุด และแนวต้าน 1,380 จุด

 

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์

KTB มูลค่าการซื้อขาย 2,932.53 ล้านบาท ปิดที่ 16.30 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท

KBANK มูลค่าการซื้อขาย 2,830.74 ล้านบาท ปิดที่ 121.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท

AOT มูลค่าการซื้อขาย 2,469.74 ล้านบาท ปิดที่ 59.25 บาท ลดลง 0.75 บาท

JMT มูลค่าการซื้อขาย 1,738.65 ล้านบาท ปิดที่ 21.20 บาท ลดลง 2.20 บาท

CPALL มูลค่าการซื้อขาย 1,345.19 ล้านบาท ปิดที่ 51.75 บาท ลดลง 0.75 บาท

นักลงทุนกระหน่ำเทขาย "หุ้นพลังงาน-ค้าปลีก-ขนส่ง" ฉุดดัชนีร่วง

logoline