เนชั่นทีวี

Business thai

เงินบาทแข็ง ! นักลงทุนลดถือครองดอลลาร์-เทขายทองทำกำไร

27 ธ.ค. 2566 | sukanya_san

เงินบาทแข็ง !  นักลงทุนลดถือครองดอลลาร์-เทขายทองทำกำไร

ค่าเงินบาทเปิดตลาด ที่ระดับ 34.55 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย” หลังดอลลาร์อ่อน-ทองคำรีบาวด์ จับตา ดัชนีภาคการผลิตและภาคการบริการของสหรัฐฯ

นายพูน  พานิชพิบูลย์ นักวิเคราะห์ประจำห้องค้าเงิน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า  ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 34.55 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย”จากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 34.59 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

โดยในช่วงคืนก่อนหน้า ค่าเงินบาทยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะ sideway (แกว่งตัวในช่วง 34.51-34.63 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมีจังหวะผันผวนอ่อนค่าลงบ้าง ตามการย่อตัวลงของราคาทองคำและโฟลว์ธุรกรรมซื้อเงินดอลลาร์ของผู้เล่นในตลาด

อย่างไรก็ดี เงินบาทยังไม่ได้อ่อนค่าลงต่อเนื่องไปมาก หลังราคาทองคำรีบาวด์ขึ้นใกล้โซนแนวต้านอีกครั้ง ตามการอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์ ทำให้ผู้เล่นในตลาดต่างทยอยขายทำกำไรทองคำ และโฟลว์ธุรกรรมดังกล่าวก็มีส่วนช่วยหนุนให้เงินบาททยอยกลับมาแข็งค่าขึ้นได้

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง (Risk-On) ต่อเนื่อง โดยดัชนี S&P500 ปิดตลาด +0.42% สอดคล้องกับการประเมินสัญญาฟิวเจอร์สของดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ ของเราในวันก่อนหน้า โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงได้แรงหนุนจากมุมมองของผู้เล่นในตลาดที่ประเมินว่า เฟดจะสามารถทยอยลดดอกเบี้ยลงได้พอสมควรในปีหน้า ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจชะลอตัวลง แต่ไม่ถึงกับเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession)

เงินบาทแข็ง !  นักลงทุนลดถือครองดอลลาร์-เทขายทองทำกำไร

ขณะที่ตลาดบอนด์นั้น บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 3.90% โดยมองว่า ผู้เล่นในตลาดอาจรอรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ อาทิ รายงานข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ในช่วงต้นเดือนมกราคมปีหน้า ก่อนที่จะปรับเปลี่ยนสถานะถือครองบอนด์ที่ชัดเจนต่อไป นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดอาจรอจับตาผลการประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ ซึ่งจะยังมีการประมูลบอนด์อายุ 5 ปี และ 7 ปี 

นอกจากนี้มุมมองของผู้เล่นในตลาด คาดว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยลงได้พอสมควรในปีหน้านั้น อาจยังไม่ได้สอดคล้องกับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ล่าสุด ทำให้ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ยังมีความเสี่ยงที่จะผันผวนสูงขึ้นได้ หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจออกมาดีกว่าคาด ทำให้เราคงแนะนำว่า ผู้เล่นในตลาดควรเน้นกลยุทธ์ Buy on Dip และไม่ไล่ราคา โดยพยายามคำนึงถึง จุดคุ้มทุน หรือ Break-even เมื่อพิจารณาถึงผลตอบแทนรวม หรือ Total Return ที่จะได้จากการถือครองบอนด์

ทางด้านตลาดค่าเงิน บรรยากาศในตลาดการเงินที่ยังคงอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง (Risk-On) ได้ส่งผลให้โดยรวม เงินดอลลาร์เคลื่อนไหวอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ได้ย่อตัวลงสู่ระดับ 101.4 จุด (แกว่งตัวในกรอบ 101.4-101.8 จุด)

อย่างไรก็ตาม จากการวิเคราะห์เชิงเทคนิคัล เห็นว่า แม้เงินดอลลาร์จะย่อตัวลง ทว่า สัญญาณ RSI Bullish Divergence ทั้งใน Time Frame Day, H4 ยังคงมีอยู่ ทำให้เงินดอลลาร์ก็มีโอกาสรีบาวด์ขึ้นได้บ้าง หรืออย่างน้อยการปรับตัวลงต่อก็อาจจำกัดลง ซึ่งต้องจับตามองว่า บรรยากาศในตลาดการเงินจะพลิกกลับมา “ปิดรับความเสี่ยง” หรือไม่ รวมถึง รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในช่วงนี้จะออกมาดีกว่าคาดมากน้อยเพียงใด

ส่วนราคาทองคำ แม้ว่าราคาทอง (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ก.พ.) จะได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์ แต่ราคาทองคำก็ยังไม่สามารถปรับตัวขึ้นผ่านโซนแนวต้าน 2,070 ดอล ลาร์ต่อออนซ์ ไปได้ง่ายนัก เนื่องจากผู้เล่นในตลาดต่างก็รอขายทำกำไรทองคำในโซนดังกล่าว ซึ่งโฟลว์ธุรกรรมขายทำกำไรทองคำก็มีส่วนช่วยให้เงินบาททยอยแข็งค่าขึ้นในช่วงคืนที่ผ่านมา

ทั้งนี้จากการวิเคราะห์เชิงเทคนิคัล โมเมนตัมขาขึ้นของราคาทองคำยังคงมีอยู่ ใน Time Frame Daily และ H4 ทว่าใน Time Frame ที่สั้นลง ทั้ง H1 และ m15 ได้เริ่มชี้ว่า โมเมนตัมขาขึ้นได้แผ่วลง และราคาทองคำอาจย่อตัวลง หรือ แกว่งตัว sideway ได้

สำหรับวันนี้ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่น่าสนใจและสำคัญอาจมีไม่มากนัก โดยผู้เล่นในตลาดอาจรอจับตารายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่าง ดัชนีภาคการผลิตและภาคการบริการที่สำรวจ โดยบรรดาเฟดสาขาต่างๆ อาทิ ดัชนีภาคการผลิตและภาคการบริการ จากเฟด สาขาริชมอนด์ เป็นต้น

ซึ่งต้องระวังในกรณีที่ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจดังกล่าวออกมาดีกว่าคาดไปมาก จนทำให้ผู้เล่นในตลาดเริ่มปรับเปลี่ยนมุมมองต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดในปีหน้า นอกจากนี้คาดว่า ผู้เล่นในตลาดอาจรอลุ้นผลการประมูลบอนด์ 5 ปี สหรัฐฯ ในช่วงเวลาราว 01.00 น. ของเช้าวันพฤหัสฯ ที่ 28 ธ.ค. ตามเวลาในประเทศไทย

สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาทมีแนวโน้มแกว่งตัว sideway ใกล้ระดับเป้าสิ้นปีของเราที่ 34.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จนกว่าตลาดจะรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ ถึงจะเริ่มเห็นการเคลื่อนไหวที่ชัดเจนของเงินบาท ทั้งนี้ แม้ว่าเงินบาทจะมีจังหวะผันผวนอ่อนค่าลงบ้าง ทว่าการอ่อนค่าดังกล่าวก็ถูกชะลอลงด้วยโฟลว์ธุรกรรมขายทำกำไรทองคำ หลังราคาทองคำยังพยายามที่จะปรับตัวขึ้นทดสอบโซนแนวต้านระยะสั้น ทำให้ เรามองว่า ควรจับตาทิศทางราคาทองคำอย่างใกล้ชิดต่อไป

นอกจากนี้ ควรจับตาการเคลื่อนไหวของดัชนี SET หลังล่าสุด ดัชนี SET ได้ทยอยปรับตัวขึ้นใกล้โซนแนวต้านก่อนหน้า ซึ่งทั้งสองครั้งล่าสุด โซนดังกล่าวก็เป็นจุดกลับตัวของดัชนี SET และเห็นแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้ความผันผวนของเงินบาทยังคงอยู่ในระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ผ่านมา (มองจากกรอบเงินบาทรายสัปดาห์) ทำให้เราคงคำแนะนำว่า ผู้ประกอบการควรใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย อาทิ Option เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

นอกจากนี้การใช้เครื่องมือดังกล่าว การเลือกทำธุรกรรมในสกุลเงินท้องถิ่น (Local Currency) ก็เป็นอีกแนวทางในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่น่าสนใจ ซึ่งผู้ประกอบการควรเปรียบเทียบต้นทุนในการทำธุรกรรมและแผนการป้องกันความเสี่ยงก่อนตัดสินใจทุกครั้ง มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 34.50-34.70 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

ข่าวล่าสุด