เนชั่นทีวี

Business thai

เงินบาทแข็ง !  นำโด่งภูมิภาค เพราะเหตุใด

24 ธ.ค. 2566 | sukanya_san

เงินบาทแข็ง !  นำโด่งภูมิภาค เพราะเหตุใด

แบงก์กรุงศรีอยุธยาประเมินค่าเงินบาทสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหวในกรอบ 34.40-35.10 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เกาะติดเงินเฟ้อไทย ขณะที่ปริมาณธุรกรรมโลกบางลง เหตุเข้าสู่เทศกาลคริสต์มาส เปิดสถิติตั้งแต่ 1 ธ.ค.-22 ธ.ค. เงินบาทยืนหนึ่งแข็งค่า

น.ส. รุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมธุรกิจและกำกับดูแลโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยกับ Nation Online ว่า เงินบาทสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหวในกรอบ   34.40-35.10 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ  ติดตามรายงานภาวะเศรษฐกิจไทยเดือน พ.ย. จาก ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ขณะที่ปริมาณธุรกรรมโลกบางลง เนื่องในเทศกาลคริสต์มาส

ส่วนกรณีเงินเฟ้อ PCE พื้นฐานของสหรัฐฯ สูงกว่าคาด หนุนดอลลาร์จะแข็งค่า และทำให้เงินบาทอ่อนชั่วคราว  แต่ไม่ถึงกับทำให้ตลาดเปลี่ยนการคาดการณ์จังหวะเวลาลดดอกเบี้ยครั้งแรกที่ไตรมาส 1/67

เงินบาทแข็ง !  นำโด่งภูมิภาค เพราะเหตุใด

สำหรับการเคลื่อนไหวของสกุลเงินในภูมิภาคช่วง 1 ธ.ค.-22 ธ.ค. พบว่า  สกุลเงินส่วนใหญ่แข็งค่า นำโดย บาท-ไทย 1.36%  รองลงมาเป็นดอลลาร์-สิงคโปร์ 0.84% ริงกิต-มาเลเซีย 0.64%   รูปี-อินเดีย 0.18% ดอลลาร์-ไต้หวัน  0.17% รูเปียห์-อินโดนีเซีย 0.14% เปโซ-ฟิลิปปินส์ 0.13 %  ยกเว้นวอน-เกาหลีใต้อ่อน 0.95%  หยวน-จีน 0.18%  ดอง-เวียดนาม 0.06%    อย่างไรก็ตาม เดือนนี้ต่างชาติขายหุ้นไทย 1.3 พันล้านบาท และพันธบัตร 2.26 หมื่นล้านบาท  

สาเหตุที่เงินบาทแข็งค่านำโด่งหากเทียบสกุลเงินภูมิภาคเกิดจาก

  • ราคาทองคำในตลาดโลกที่พุ่งขึ้น ส่งผลให้ ผู้ค้าทองในประเทศ ส่งออกทอง
  •  สัญญาณจากธนาคารกลางสหรัฐหรือ เฟด ที่ลดความแข็งกร้าวลงชัดเจนเกี่ยวกับนโยบายดอกเบี้ย และเตรียมที่จะปรับลดดอกเบี้ยกลางปีหน้า
  • บอนด์ยีลด์สหรัฐฯร่วง  สนับสนุนการแข็งค่าของเงินบาท

เงินบาทแข็ง !  นำโด่งภูมิภาค เพราะเหตุใด

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนเพิ่มคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนมี.ค.2567 หลังสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ที่ต่ำกว่าคาด 

ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 74.2% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 5.00-5.25% ในการประชุมวันที่ 19-20 มี.ค.2567 หลังจากที่ก่อนหน้านี้ให้น้ำหนักเพียง 62.7%

นอกจากนี้นักลงทุนคาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยจำนวน 6 ครั้งในปี 2567 โดยปรับลดครั้งละ 0.25% รวม 1.50% มากกว่าที่เฟดส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้ง ครั้งละ 0.25% รวม 0.75%

รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐแจ้งว่า  ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลทั่วไป (Headline PCE) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.6% ในเดือนพ.ย. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.8% จากระดับ 2.9% ในเดือนต.ค. เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PCE ทั่วไป ปรับตัวลง 0.1% ในเดือนพ.ย. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าทรงตัว หรือปรับตัวขึ้น 0.0% จากระดับ 0.0% ในเดือนต.ค.

ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญ ปรับตัวขึ้น 3.2% ในเดือนพ.ย. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 3.3% จากระดับ 3.4% ในเดือนต.ค.เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PCE พื้นฐานปรับตัวขึ้น 0.1% ในเดือนพ.ย. ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.2% จากระดับ 0.1% ในเดือนต.ค.

ทั้งนี้ดัชนี PCE ถือเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สามารถตรวจจับการเปลี่ยน แปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)

ข่าวล่าสุด