เนชั่นทีวี

Business thai

ปตท.สผ. สยายปีกลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่สกอตแลนด์ 24,015 ล้านบาท

22 ธ.ค. 2566 | sukanya_san

ปตท.สผ. สยายปีกลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่สกอตแลนด์  24,015 ล้านบาท

ปตท.สผ. ลงนามในสัญญาเข้าซื้อหุ้นสัดส่วน 50% ในบริษัท Tota lEnergies Renewables Seagreen Holdco ขยายธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่งใหญ่ที่สุดในสกอตแลนด์ เม็ดเงินลงทุนกว่า 24,015 ล้านบาท

นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า บริษัท FutureTech SG Pte. Ltd. (หรือ FSG) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของกลุ่ม ปตท.สผ. ได้ลงนามในสัญญาเพื่อเข้าซื้อหุ้นสัดส่วนการลงทุน 50%  ในบริษัท Tota lEnergies Renewables Seagreen Holdco (TERSH) จากกลุ่มบริษัท TotalEnergies SE 

ซึ่งมีการลงทุนในโครงการซีกรีน ออฟชอร์ วินด์ฟาร์ม  โดยเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศสกอตแลนด์  สำหรับการเข้าซื้อสัดส่วนการลงทุนดังกล่าว มีมูลค่าประมาณ 522 ล้านปอนด์เสตอร์ลิง (เทียบเท่า 689 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 24,015 ล้านบาท)

ทั้งนี้ TERSH มีการลงทุนในโครงการซีกรีน ออฟชอร์ วินด์ฟาร์ม   51% ภายหลังการซื้อขายเสร็จสิ้น จะส่งผลให้ FSG ถือหุ้นโดยอ้อม 25.5%  ในโครงการดังกล่าวตามสัดส่วนการลงทุน

ปตท.สผ. สยายปีกลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่สกอตแลนด์  24,015 ล้านบาท

สำหรับโครงการซีกรีน ออฟชอร์ วินด์ฟาร์ม ตั้งอยู่บริเวณทะเลเหนือ ในพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงด้านทรัพยากรลม ห่างจากชายฝั่งประเทศสกอตแลนด์ ประมาณ 27 กิโลเมตร ได้เริ่มดำเนินการผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์เมื่อเดือนตุลาคม 2566 ด้วยกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมประ มาณ 1.1 กิกะวัตต์ โดยมีผู้ดำเนินการคือบริษัท SSE Renewables Services (UK) Ltd (SSE) ซึ่งถือสัดส่วนการลงทุน  49% 

ทั้งนี้ SSE และกลุ่มบริษัท TotalEnergies SE เป็นผู้พัฒนาและดำเนินงานโครงการพลังงานทดแทนชั้นนำระดับโลก ที่มีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการและพัฒนาโครงการ ซึ่งถือเป็นผู้ร่วมทุนทางกลยุทธ์ที่สำคัญของ ปตท.สผ. โดยโครงการซีกรีน ออฟชอร์ วินด์ฟาร์ม มีแนวโน้มที่จะสามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากสหราชอาณาจักรมีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นในอนาคต การผลิตไฟฟ้าจากโครงการนี้ คาดว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ทั้งหมด 2 ล้านตันต่อปี เมื่อเทียบกับการต้องผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิล

อย่างไรก็ตาม การเข้าลงทุนในโครงการซีกรีน ออฟชอร์ วินด์ฟาร์ม ถือเป็นก้าวสำคัญของ ปตท.สผ. ในการขยายการลงทุนไปยังธุรกิจพลังงานสะอาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูง สอดคล้องกับกลยุทธ์ของบริษัทด้านการลงทุนในธุรกิจใหม่ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (new business for energy transition)

ซึ่ง ปตท.สผ. จะใช้ความเชี่ยวชาญในการบริหารโครงการนอกชายฝั่งที่เรามีอยู่ ต่อยอดกับพันธมิตรเดิมในธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมเพื่อร่วมดำเนินโครงการ ขณะเดียวกัน ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ ปตท.สผ. มีประสบการณ์ในการพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนนอกชายฝั่ง เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการพลังงานสะอาดอื่น ๆ ในอนาคตด้วย

นอกจากนี้การเข้าลงทุนในโครงการซีกรีน ออฟชอร์ วินด์ฟาร์ม ยังมีความเสี่ยงในระดับต่ำ เนื่องจากได้เริ่มการผลิตไฟฟ้าแล้ว ซึ่งสามารถสร้างรายได้ได้ทันที รวมถึง ยังเป็นการลงทุนในประเทศที่มีนโยบายสนับสนุนด้านพลังงานทดแทนอย่างต่อเนื่องด้วย ฅ

นอกจากการเข้าร่วมการลงทุนในโครงการดังกล่าวแล้ว ปตท.สผ. ยังได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding หรือ MoU) กับ TotalEnergies เพื่อขยายความร่วมมือในการลงทุนในโครงการพลังงานลมนอกชายฝั่งอื่น ๆ รวมทั้งหาโอกาสการลงทุนร่วมกันในธุรกิจพลังงานสะอาด ทั้งยังเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และองค์ความรู้ เพื่อสร้างการเติบโตทางธุรกิจร่วมกันในอนาคต

ทั้งนี้ FSG ถือหุ้นโดยบริษัท ฟิวเจอร์เทค เอนเนอร์ยี่ เวนเจอร์ส จำกัด หรือ FTEV ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ปตท.สผ. โดย FTEV ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับพลังงานสะอาด เช่น พลังงานหมุนเวียน และไฮโดรเจน เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและการเติบโตที่ยั่งยืน

ซึ่งก่อนหน้านี้ FTEV ได้เข้าร่วมลงทุนและพัฒนาโครงการผลิตกรีนไฮโดรเจนขนาดใหญ่ในรัฐสุลต่านโอมาน  โดยใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมมาใช้ในการผลิตกรีนไฮโดรเจน และยังพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ “ลานแสงอรุณ" เพื่อนำมาใช้ในกระบวนการผลิตปิโตรเลียมในโครงการเอส 1 ในประเทศไทยด้วย
     

ข่าวล่าสุด