รวมถึงจังหวะการย่อตัวลงบ้างของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ได้ช่วยหนุนให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค.) ปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 2,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนที่ราคาทองคำจะถูกชะลอการปรับตัวขึ้น จากแรงขายทำกำไรและการทยอยแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ทั้งนี้ โฟลว์ธุรกรรมขายทำกำไรทองคำ ก็มีส่วนช่วยหนุนให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นได้บ้าง
สำหรับวันนี้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่น่าสนใจอาจอยู่ที่ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจจากฝั่งสหรัฐฯ โดยเฉพาะรายงานยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) รวมถึง ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยมหาวิทยาลัยมิชิแกน (U of Michigan Consumer Sentiment)
นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตารายงานยอดสต็อกน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทิศทางราคาน้ำมันดิบในระยะสั้นได้
ส่วนแนวโน้มค่าเงินบาท แกว่งตัว sideway ไปก่อน จนกว่าตลาดจะรับรู้ปัจจัยใหม่ ๆ เพิ่มเติม ซึ่งในวันนี้ ควรระวังความผันผวนในช่วงตลาดทยอยรับรู้ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ โดยหากรายงานข้อมูลยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) ออกมาดีกว่าคาด (ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน พลิกกลับมาลดลง ซึ่งเป็นสัญญาณสะท้อนว่า การจ้างงานไม่ได้ชะลอตัวลงมากขึ้นอย่างที่ตลาดกังวล)
รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังปรับตัวขึ้นต่อได้ และคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อระยะสั้น รวมถึงระยะยาวในรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ก็ออกมาสูงกว่าคาด ก็อาจทำให้ผู้เล่นในตลาดเริ่มไม่มั่นใจต่อมุมมองล่าสุด ว่าเฟดได้จบรอบการขึ้นดอกเบี้ยแล้วและเฟดอาจทยอยลดดอกเบี้ยลงได้ราว -1% ในปีหน้า
โดยในภาพดังกล่าว อาจหนุนให้ เงินดอลลาร์ รวมถึงบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ พลิกกลับมาปรับตัวขึ้นต่อเนื่องได้ กดดันให้ เงินบาทสามารถผันผวนอ่อนค่าลงทดสอบโซนแนวต้าน 35.30 บาทต่อดอลลาร์ (แนวต้านถัดไป 35.50 บาทต่อดอลลาร์) ได้ไม่ยาก
ในทางกลับกัน รายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่ออกมาแย่กว่าคาด หรือ ยังคงสะท้อนภาพการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ก็อาจกดดันทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ โดยเงินบาทก็อาจยังไม่แข็งค่าจนหลุดโซนแนวรับ 35.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐไปได้ง่ายนัก เนื่องจากผู้เล่นในตลาดต่างก็รอทยอยเข้าซื้อเงินดอลลาร์ รวมถึง สกุลเงินฝั่งเอเชีย อย่างเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) และเงินหยวน (CNY) หลังทั้งสองสกุลเงินต่างปรับตัวแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ช่วงทุกสินทรัพย์ยังอยู่ในช่วงเผชิญความผันผวนสูง ทำให้เราคงคำแนะนำว่า ผู้ประกอบการควรใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย อาทิ Option เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน และนอกเหนือจากการใช้เครื่องมือดังกล่าว การเลือกทำธุรกรรมในสกุลเงินท้องถิ่น (Local Currency) ก็เป็นอีกแนวทางในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่น่าสนใจ ซึ่งผู้ประกอบการควรเปรียบเทียบต้นทุนในการทำธุรกรรมและแผนการป้องกันความเสี่ยงก่อนตัดสินใจทุกครั้งมองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 35.00-35.30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ