เนชั่นทีวี

Business thai

เงินบาทพลิกแข็งค่า ! จับตาตัวเลขขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐฯ

22 พ.ย. 2566 | sukanya_san

เงินบาทพลิกแข็งค่า ! จับตาตัวเลขขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐฯ

ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 35.18 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย” หลังดอลลาร์อ่อน จับตารายงานยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานสหรัฐ-ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคคืนนี้

นายพูน  พานิชพิบูลย์ นักวิเคราะห์ประจำห้องค้าเงิน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 35.18 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย”จากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 35.23 บาทต่อดอลลาร์ โดยในช่วงคืนก่อนหน้า ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนในลักษณะ sideway (แกว่งตัวในช่วง 35.03-35.24 บาทต่อดอลลาร์) โดยมีจังหวะแข็งค่าขึ้นทดสอบโซน 35.00 บาทต่อดอลลาร์ ตามโฟลว์ธุรกรรมขายทำกำไรทองคำ หลังราคาทองคำปรับตัวขึ้นทะลุโซน 2,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ดี เงินบาทก็พลิกกลับมาอ่อนค่าลงสู่โซน 35.20 บาทต่อดอลลาร์ หลังเงินดอลลาร์ทยอยแข็งค่าขึ้น ท่ามกลางภาวะปิดรับความเสี่ยงของผู้เล่นในตลาด ทั้งฝั่งสหรัฐฯ และยุโรป

สำหรับบรรยากาศตลาดหุ้นสหรัฐฯ พลิกกลับมาอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น ท่ามกลางความกังวลผลประกอบการของบรรดาบริษัทค้าปลีกที่ออกมาแย่กว่าคาด (Lowe’s -3.1%) ขณะเดียวกัน ผู้เล่นในตลาดต่างก็ทยอยขายบรรดาหุ้นเทคฯ ใหญ่ออกมาบ้าง (Amazon -1.5%) ก่อนรับรู้รายงานผลประกอบการของบริษัท Nvidia ในช่วงหลังตลาดปิดทำการ ส่งผลให้โดยรวมดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq ปรับตัวลดลง -0.59% ส่วน ดัชนี S&P500 ปิดตลาด -0.20%

เงินบาทพลิกแข็งค่า ! จับตาตัวเลขขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐฯ


ส่วนตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี stoxx600 ย่อตัวลงเล็กน้อย -0.09% กดดันโดยแรงขายบรรดาหุ้นที่เผชิญการปรับคำแนะนำของนักวิเคราะห์ โดยเฉพาะหุ้นใหญ่ อย่าง หุ้นกลุ่มแบรนด์เนม LVMH -1.9% นอกจากนี้ ตลาดหุ้นยุโรปยังเผชิญแรงกดดันจากความกังวลแนวโน้มการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจ รวมถึงมุมมองของบรรดานักวิเคราะห์ที่ประเมิน Upside ของตลาดหุ้นยุโรปเพียงเล็กน้อยสำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นยุโรปในปีหน้า

ฝั่งตลาดบอนด์ รายงานการประชุมเฟดล่าสุด (FOMC Meeting Minutes) ไม่ได้ส่งผลให้ผู้เล่นในตลาดมีการปรับเปลี่ยนมุมมองต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟดอย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกัน บรรยากาศปิดรับความเสี่ยงทั้งในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรป ก็มีส่วนส่งผลให้ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ยังคงแกว่งตัว sideway ใกล้ระดับ 4.4% ซึ่งเราประเมินว่า ผู้เล่นในตลาดอาจรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ผ่านรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ อาทิ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการ รวมถึง รายงานยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) โดยมองว่า บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ มีความเสี่ยงที่อาจผันผวนสูงขึ้นได้บ้าง ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ผู้เล่นในตลาดสามารถทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวในจังหวะบอนด์ยีลด์ปรับตัวสูงขึ้นได้

ด้านตลาดค่าเงินนั้น เงินดอลลาร์ทยอยปรับตัวแข็งค่าขึ้น โดยดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ได้ปรับตัวขึ้นใกล้ระดับ 103.6 จุด (กรอบ 103.2-103.7 จุด) หนุนโดยบรรยากาศในตลาดการเงินที่เริ่มกลับมาอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง ขณะเดียวกัน ผู้เล่นในตลาดก็ได้รับรู้แนวโน้มเฟดอาจคงอัตราดอกเบี้ยและอาจลดดอกเบี้ยลงได้ราว -1% ไปมากแล้ว (Well priced-in) ทำให้ผู้เล่นในตลาดต่างก็รอปัจจัยใหม่ ๆ เพื่อพิจารณาการปรับสถานะถือครองที่ชัดเจน ในส่วนของราคาทองคำ บรรยากาศในตลาดการเงินที่พลิกกลับมาปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น

 

 

 

รวมถึงจังหวะการย่อตัวลงบ้างของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ได้ช่วยหนุนให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค.) ปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 2,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนที่ราคาทองคำจะถูกชะลอการปรับตัวขึ้น จากแรงขายทำกำไรและการทยอยแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ทั้งนี้ โฟลว์ธุรกรรมขายทำกำไรทองคำ ก็มีส่วนช่วยหนุนให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นได้บ้าง

สำหรับวันนี้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่น่าสนใจอาจอยู่ที่ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจจากฝั่งสหรัฐฯ โดยเฉพาะรายงานยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) รวมถึง ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยมหาวิทยาลัยมิชิแกน (U of Michigan Consumer Sentiment)

นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตารายงานยอดสต็อกน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทิศทางราคาน้ำมันดิบในระยะสั้นได้

ส่วนแนวโน้มค่าเงินบาท แกว่งตัว sideway ไปก่อน จนกว่าตลาดจะรับรู้ปัจจัยใหม่ ๆ เพิ่มเติม ซึ่งในวันนี้ ควรระวังความผันผวนในช่วงตลาดทยอยรับรู้ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ โดยหากรายงานข้อมูลยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) ออกมาดีกว่าคาด (ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน พลิกกลับมาลดลง ซึ่งเป็นสัญญาณสะท้อนว่า การจ้างงานไม่ได้ชะลอตัวลงมากขึ้นอย่างที่ตลาดกังวล)

รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังปรับตัวขึ้นต่อได้ และคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อระยะสั้น รวมถึงระยะยาวในรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ก็ออกมาสูงกว่าคาด ก็อาจทำให้ผู้เล่นในตลาดเริ่มไม่มั่นใจต่อมุมมองล่าสุด ว่าเฟดได้จบรอบการขึ้นดอกเบี้ยแล้วและเฟดอาจทยอยลดดอกเบี้ยลงได้ราว -1% ในปีหน้า

โดยในภาพดังกล่าว อาจหนุนให้ เงินดอลลาร์ รวมถึงบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ พลิกกลับมาปรับตัวขึ้นต่อเนื่องได้ กดดันให้ เงินบาทสามารถผันผวนอ่อนค่าลงทดสอบโซนแนวต้าน 35.30 บาทต่อดอลลาร์ (แนวต้านถัดไป 35.50 บาทต่อดอลลาร์) ได้ไม่ยาก

ในทางกลับกัน รายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่ออกมาแย่กว่าคาด หรือ ยังคงสะท้อนภาพการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ก็อาจกดดันทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ โดยเงินบาทก็อาจยังไม่แข็งค่าจนหลุดโซนแนวรับ 35.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐไปได้ง่ายนัก เนื่องจากผู้เล่นในตลาดต่างก็รอทยอยเข้าซื้อเงินดอลลาร์ รวมถึง สกุลเงินฝั่งเอเชีย อย่างเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) และเงินหยวน (CNY) หลังทั้งสองสกุลเงินต่างปรับตัวแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ช่วงทุกสินทรัพย์ยังอยู่ในช่วงเผชิญความผันผวนสูง ทำให้เราคงคำแนะนำว่า ผู้ประกอบการควรใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย อาทิ Option เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน และนอกเหนือจากการใช้เครื่องมือดังกล่าว การเลือกทำธุรกรรมในสกุลเงินท้องถิ่น (Local Currency) ก็เป็นอีกแนวทางในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่น่าสนใจ ซึ่งผู้ประกอบการควรเปรียบเทียบต้นทุนในการทำธุรกรรมและแผนการป้องกันความเสี่ยงก่อนตัดสินใจทุกครั้งมองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 35.00-35.30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

ข่าวล่าสุด