- การยื่นแบบเพื่อเสียภาษีเงินได้นั้น หากเป็นคนโสด ถ้ามีเงินได้ประเภทอื่นๆ ที่ไม่ใช่เงินเดือน มีรายได้เกิน 60,000 บาท หรือกรณีมีคู่สมรสมีรายได้เกิน 120,000 บาทต่อปี จะต้องมีหน้าที่ยื่นแบบ โดยกำหนดเวลาจะเป็นช่วงเดือน ม.ค.-มี.ค.ในปีถัดไป
อย่างไรก็ตาม ในการคำนวณภาษีตามโครงสร้าง การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือ รายได้ หักค่าใช้จ่าย หักค่าลดหย่อน หักเงินบริจาค คงเหลือเป็นเงินได้สุทธิ คูณด้วยอัตราภาษีเงินได้ ซึ่งอัตราภาษีจะคำนวณแบบขั้นบันได
ทั้งนี้จะได้รับยกเว้น ภาษีเงินได้สุทธิ จำนวน 150,000 บาทแรก และเงินได้สุทธิตั้งแต่ 150,001-300,000 บาท จะเสียภาษี 5% เงินได้สุทธิ 300,001-500,000 บาท เสียภาษี 10% เงินได้สุทธิ 500,001-750,000 บาท อัตราภาษี 15%
นอกจากนี้ผู้มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีจะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) โดยเฉพาะผู้ที่มีอาชีพอิสระ ฟรีแลนซ์ ฟลูเอนเซอร์ หรือ ยูทูบเบอร์ ทำธุรกิจร้านอาหาร เป็นต้น
สำหรับคนที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ มีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการ หากไม่ยื่นแบบแสดงรายการ ภ.ง.ด.90, 91 หรือ 94 ภายในเวลาที่กำหนดจะต้องมีบทลงโทษ ดังนี้
1. ยื่นแบบภาษีทันกำหนด แต่เสียภาษีไม่ครบ
- เสียเบี้ยปรับ 0.5 - 1 เท่า ของค่าภาษีที่ต้องจ่าย
- เสียเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ต้องจ่าย โดยเริ่มนับตั้งแต่วันที่พ้นกำหนดให้ยื่นแบบจนถึงวันที่จ่ายครบ
2. ไม่ได้ยื่นแบบภาษีภายในกำหนด
- มีโทษปรับทางอาญาสูงสุด 2,000 บาท
- เสียเบี้ยปรับ 1 - 2 เท่า ของค่าภาษีที่ต้องจ่าย
- เสียเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ต้องจ่าย โดยเริ่มนับตั้งแต่วันที่พ้นกำหนดให้ยื่นแบบจนถึงวันที่จ่ายครบ
3. เจตนาละเลยไม่ยื่นแบบภาษีภายในกำหนดเพื่อเลี่ยงภาษี
- มีโทษปรับทางอาญาสูงสุด 5,000 บาท จำคุกสูงสุด 6 เดือน
- เสียเบี้ยปรับ 2 เท่าของค่าภาษีที่ต้องจ่าย
- เสียเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ต้องจ่าย โดยเริ่มนับตั้งแต่วันที่พ้นกำหนดให้ยื่นแบบจนถึงวันที่จ่ายครบ
4. หนีภาษี
- มีโทษปรับทางอาญาตั้งแต่ 2,000 - 200,000 บาท จำคุกตั้งแต่ 3 เดือนถึง 7 ปี
- เสียเบี้ยปรับ 2 เท่าของค่าภาษีที่ต้องจ่าย
- เสียเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ต้องจ่าย โดยเริ่มนับตั้งแต่วันที่พ้นกำหนดให้ยื่นแบบจนถึงวันที่จ่ายครบ
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ รองอธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยกับ "เนชั่นออนไลน์" ว่า คนที่ประกอบอาชีพฟรีแลนซ์ รับจ้างทั่วไป กรณี รับรีวิวสินค้า พิธีกรถือว่าเป็นผู้มีรายได้ ถ้ารับงานสำหรับตัวเองต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แต่ถ้ารับงานในนามบริษัทก็ต้องเสียภาษีนิติบุคคล แต่กรณีของอินฟูเอ็นเซอร์ ยูทูปเบอร์อาจเข้ากรณีการให้บริการต้องมีการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย ถ้ารายได้ตั้งแต่ 1.8 ล้านบาทต่อปีขึ้นไป ต้องชำระภาษีมูลค่าเพิ่มทุกเดือน
ทั้งนี้หากไม่ได้ดำเนินการจะต้องมีเบี้ยปรับเงินเพิ่มหรือที่เรียกว่าภาษีย้อนหลัง ดังนั้น บริษัท ห้างร้านจ่ายเงินค่าบริการจะต้องมีการหักภาษี ณ ที่จ่าย ซึ่งจะเป็นข้อมูลแสดงรายได้ แต่บางครั้งการยื่นเสียภาษีเป็นกระดาษการประมวลผลต้องใช้เวลานาน เพราะคนใช้บริการจำนวนมาก แต่ถ้ายื่นแบบอิเล็กทรอนิกส์จะรวดเร็วทำให้กรมฯ แจ้งได้ว่าจะต้องมีการจ่ายภาษีเพิ่มหรือไม่
" ผู้ที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ส่วนใหญ่เป็นการรับทำงานอื่นที่ไม่ใช่งานประจำและมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ส่วนโทษปรับมี 2 ส่วนคือ ส่วนแรกเป็นเบี้ยปรับคิดอัตรา 1-2 เท่าของภาษี แต่จะมีการพิจารณาเป็นรายกรณี ซึ่งจะมีหลักเกณฑ์ในการปรับลดเบี้ยลงให้ได้ ส่วนที่สองคือเงินเพิ่ม คิดอัตรา 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ต้องจ่าย ไม่สามารถลดได้"
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับอินฟลูเอนเซอร์กรณีตัวอย่างนี้ ถือเป็นอุทาหรณ์กับอาชีพอินฟลูเอนเซอร์ หรืออาชีพอื่น ๆ ที่มีรายได้หลากหลายช่องทาง ซึ่งนอกจากการยื่นภาษีเงินได้ ภงด.90, ภงด.91 และภงด.94 แล้ว ยังต้องดูให้ดีว่ามีรายได้ส่วนอื่นหรือไม่ และถ้ารายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องเสียแวตเพิ่มตามกฏหมาย หากใครมีข้อสงสัย หรือไม่ชัวร์ตรงไหน ก็รีบเคลียร์หาคำตอบจากกรมสรรพากรให้สิ้นสงสัยกันไว้ก่อน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาและภาระภาษีที่ต้องจ่ายเพิ่มอีกในภายหลัง