นักลงทุนเฮ ! คลังเลิกแผนเก็บภาษีขายหุ้น
29 ก.ย. 2566 | sukanya_san

คลังออกโรงยันไม่เก็บภาษีการขายหุ้น หวังตลาดหุ้นไทยแข่งขันกับคู่แข่งในสากลได้ - มีต้นทุนระดมทุนต่ำ ย้ำฐานะทางการเงินแกร่ง คาดเก็บรายได้ปี 67 เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
Business thai
29 ก.ย. 2566 | sukanya_san

คลังออกโรงยันไม่เก็บภาษีการขายหุ้น หวังตลาดหุ้นไทยแข่งขันกับคู่แข่งในสากลได้ - มีต้นทุนระดมทุนต่ำ ย้ำฐานะทางการเงินแกร่ง คาดเก็บรายได้ปี 67 เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังยังไม่มีแผนจัดเก็บภาษีภาษีการขายหุ้น (Financial Transaction Tax) หรือ FTT และภาษีกำไรจากการขายขายหุ้น (Capital Gain Tax) เพราะรัฐบาลต้องการเห็นตลาดหุ้นใน 4 ประเด็นหลักคือ 1. สภาพคล่องที่สูง ไม่ต้องการเห็นตลาดหลัก ทรัพย์ของไทยภาวะซบเซา และมีเสถียรภาพ
2. มีปริมาณการซื้อขายสูงและมีคุณภาพ 3. ต้องการเห็นตลาดหลัก ทรัพย์ไทย มีความน่าดึงดูดทั้ง ใน 2 มิติ คือ ดึงนักลงทุนที่จะมาลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และ ดึงดูดบริษัทที่มาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ของไทย
“นักลงทุนที่จะมาลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ไทยได้นั้น ตลาดหลัก ทรัพย์ ฯ ต้องมีความน่าสนใจ และมีความสามารถในการแข่งขันได้ มีกฏระเบียบที่ผ่อนปรน และกฏระเบียบเอื้อต่อการลงทุน รวมทั้ง ต้องการเห็นตลาดหลักทรัพย์ไทยดึงดูดต่อการมาจดทะเบียนของบริษัทต่างๆในระดับโลก มีความเป็นสากลและแข่งขันได้ เช่นตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์”
4. มีต้นทุนในการระดมทุนที่ต่ำและอยู่ในระดับที่แข่งขันได้ ประเด็นที่สำคัญคืออิฐก้อนแรกของระบบเศรษฐกิจของประเทศ ถ้ามีการระดมทุนต่ำ หมายถึงการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การจ้างงาน ขนาดเศรษฐกิจเติบโตมากขึ้น ดังนั้นกระทรวงฯ จำเป็นต้องมีนโยบายเกี่ยวข้องกับตลาดที่เหมาะสม และการให้ตลาดฯ มีการเติบโตเป็นตลาดชั้นนำด้านภูมิภาคนั้นคือนโยบายด้านภาษี และยืนยันเพื่อให้เกิดความมั่นใจต่อตลาดทุน ประชาชน บริษัทจดทะเบียน
" กระทรวงการคลังยังไม่มีนโยบายเก็บภาษีเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมขายหุ้น และยังไม่มีนโยบายเก็บภาษีจากกำไรการขายหุ้น ซึ่งทำให้ตลาดหุ้นไทยมีเสถียรภาพสามารถวางแผนระยะยาวในการลงทุนได้ และทำให้ตลาดหลักทรัพย์เติบโตเพิ่มขึ้นในภูมิภาคนี้"
สำหรับกรณีที่มีความกังวลว่าการที่ไม่เก็บภาษีจากการขายหุ้นทำให้รายได้ภาครัฐหายไป และรัฐต้องมีการทำงบประมาณขาดดุลนั้น ในแผนการคลังระยะปานกลางยังไม่ได้มีการพิจารณา รวมถึงผลกระทบที่มีนัยยะสำคัญจากนโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ของรัฐบาล ซึ่งโครงการดังกล่าวคาดมีเงินเข้าสู่ในระบบเศรษฐกิจ 5.6 แสนล้านบาท ก่อให้เกิดเป็นผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจต่อรัฐบาลกลับคืนมาในรูปแบบภาษี ไม่ว่าจะเป็นภาษีนิติบุคคล หรือภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT มากขึ้น