สำหรับการประชุมเดือนธันวาคม และแม้ว่าจะเลือกที่จะหยุดขึ้นอัตราดอกเบี้ยชั่วคราว(pause)เป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะการเริ่มขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งจะยากขึ้น
ซึ่งหากสถานการณ์สงคราม ทวีความรุนแรงขึ้น ราคาทองคำมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ นับตั้งแต่กลุ่มฮามาสบุกข้ามพรมแดนโจมตีอิสราเอลในวันที่ 7 ต.ค.จนถึงปัจจุบันราคาขึ้นจาก 1,832 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์มาสู่ ระดับ 1,987 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์หรือ ปรับตัวขึ้นมาประมาณ 155 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
ปัจจัยบวกลบที่ต้องติดตาม
-การเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ จะมีการ ปรับเวลา ช้าลง 1 ชั่วโมงจากเดิม เนื่องจากกำลังเข้าสู่ฤดูหนาว โดยมี ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ เช่น ดุลการค้าเดือนก.ย. ,สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนก.ย. ,จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
-การประชุม "Global Financial Leaders Investment Summit" ที่ฮ่องกง จะผู้บริหารธนาคารและบริษัทจัดการสินทรัพย์ทั่วโลกจะเข้าร่วม อาจมีการแสดงท่าที ต่อเศรษฐกิจจีนกำลังชะลอตัวลง และมีความเสี่ยงที่ความสัมพันธ์อันตึงเครียดระหว่างสหรัฐและจีนจะทำให้เศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงอีกในอนาคต
- การเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจจีน เช่น ยอดนำเข้า, ส่งออก และดุลการค้าเดือนต.ค.และ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) และ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนต.ค. เพื่อบ่งชี้ถึงทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน
- ความคืบหน้านโยบายดิจิทัลวอลเล็ต ว่า โดยนายกรัฐมนตรีและรมว.คลังจะมีการประชุมภายในก่อน ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยจะมีการประชุมอนุกรรมการ หลังจากนั้นจะเสนอที่ประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ ซึ่งอยากให้จบภายในวันที่ 10 พ.ย. ให้ได้ อาจส่งผลการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท