เนชั่นทีวี

Business thai

เช็กราคาทองคำสัปดาห์หน้าพุ่งแค่ไหน ! หากสงครามปะทุ

29 ต.ค. 2566 | sukanya_san

เช็กราคาทองคำสัปดาห์หน้าพุ่งแค่ไหน !  หากสงครามปะทุ

สงครามอิสราเอล-ฮามาสหนุนราคาทองคำในช่วงที่ผ่านมาดีดปรับตัวขึ้น 135 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ทำให้ทองคำทุบ  All Time High เป็นประวัติการณ์  แต่ในสัปดาห์หน้าทิศทางราคาทองคำจะเป็นอย่างไร ตามไปดูกันเลย

นายวรุต รุ่งขำ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จํากัด  เปิดเผยถึงทิศทางราคาทองคำสัปดาห์หน้ากับ Nation Online ว่า ราคาทองคำช่วงเดือน 1 ต.ค.-27  ต.ค. ที่ผ่านมาปรับตัวขึ้นต่อเนื่องมากกว่า 135 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์  จากปัจจัยอิสราเอลกำลังจะใช้ปฏิบัติการภาคพื้นดินโจมตีฉนวนกาซาตาทำให้ราคาทองคำ All Time High เป็นประวัติการณ์  

  เช็กราคาทองคำสัปดาห์หน้าพุ่งแค่ไหน !  หากสงครามปะทุ

ปัจจัยบวกลบที่ต้องติดตาม

- การประชุมกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ในวันที่ 31 ต.ค.-1 พ.ย. นักลงทุนเทน้ำหนักในการคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุม 2 ครั้งสุดท้ายในปีนี้ แม้ว่านายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ส่งสัญญาณเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ

- การประชุมกำหนดนโยบายการเงินธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) อาจจะทบทวนนโยบายผ่อนคลายการเงินแบบพิเศษ (Ultra-loose Monetary Policy) คาดการณ์ว่า BOJ มีแนวโน้มที่จะปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อของญี่ปุ่นขึ้นสู่ระดับสูงกว่าเป้าหมาย 2% ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 ในการประชุมนโยบายการเงินซึ่งจะมีขึ้น เพื่อปูทางสู่การยกเลิกนโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบ

- การประชุมกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) รอยเตอร์คาดว่า BoE อาจจะตรึงดอกเบี้ยที่ระดับ 5.25% ในการประชุมวันที่ 2 พ.ย.นี้ หลังจาก ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นอัตราเงินเฟ้อรายปีของอังกฤษ อยู่ที่ 6.7% ในเดือนก.ย. ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงไปจากระดับต่ำสุดในรอบ 18 เดือนของเมื่อเดือนส.ค.

- สงครามอิสราเอล-ฮามาสมีความรุนแรงและยืดเยื้อแค่ไหน

โดยแนวโน้มราคาทองคำสัปดาห์หน้า ยังแกว่ง   Sideway up  หากสถานการณ์สงครามยืดเยื้อยาวนาน จะส่งผลบวกต่อทองคำ และหากสถานการณ์สงครามรุนแรงขึ้นราคามีปรับตัวเพิ่มขึ้นได้อีก

กลยุทธ์การลงทุน

ราคาทองคำอาจเคลื่อนไหวในกรอบพยายามสร้างฐานราคาในระดับสูง  โดยมีแนวรับโซน 1,971-1,953 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์  หากสามารถยืนได้มีโอกาสที่ราคาจะดีดตัวขึ้นช่วงสั้น แนะนำเปิดสถานะซื้อเพื่อทำกำไรระยะสั้น หากราคาไม่หลุดแนวรับดังกล่าว  รอปิดสถานะซื้อทำกำไรหากราคาปรับตัวขึ้นไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านโซน 1,997-2,013 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และให้ตัดขาดทุนหากราคาหลุด  1,953 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

สำหรับแนวต้านแรกอยู่ที่ 1,997 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์  แนวต้านถัดไปที่ 2,013 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ แนวต้านสุดท้ายที่  2,030 ดอล ลาร์สหรัฐต่อออนซ์  ขณะที่แนวรับแรกที่ 1,971 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ แนวรับถัดไปที่ 1,953  ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และแนวรับสุดท้ายที่ 1,935 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

ข่าวล่าสุด