เนชั่นทีวี

Business thai

เงินบาทแข็ง ! รั้งอันดับ 2 ในภูมิภาค เพราะเหตุใด

15 ต.ค. 2566 | sukanya_san

เงินบาทแข็ง ! รั้งอันดับ 2 ในภูมิภาค เพราะเหตุใด

แบงก์กรุงศรีอยุธยาประเมินเงินบาทสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหวในกรอบ  35.85-36.60  บาทต่อดอลลาร์สหรัฐจับตายอดค้าปลีก-ขายบ้านเดือนก.ย.ของสหรัฐฯ -บอนด์ยีลด์-ราคาน้ำมัน เผยสถิติตั้งแต่ 1 ก.ย. -12 ก.ย.ที่ผ่านมาเงินบาทแข็งค่ารั้งอันดับ 2 ในภูมิภาค

น.ส. รุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมธุรกิจและกำกับดูแลโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยกับ Nation Online ว่า เงินบาทสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหวในกรอบ 35.85-36.60  บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยนักลงทุนจะติดตามข้อมูลยอดค้าปลีกและยอดขายบ้านเดือนก.ย.ของสหรัฐฯ รวมถึงบอนด์ยิลด์และราคาน้ำมัน

สาเหตุที่เงินบาทกลับมาแข็งค่าอย่างโดดเด่นหลังอ่อนค่ารุนแรงในเดือนก.ย. เป็นผลมาจาก

-  สัญญาณจากธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดบ่งชี้ว่าความจำเป็นที่จะต้องขึ้นดอกเบี้ยอีกนั้นมีน้อยลง

- ปริมาณส่งออกทองคำของผู้ค้าทองในประเทศเพิ่มขึ้น

- กระแสเงินทุนที่ไหลกลับเข้ามาในพันธบัตรระยะยาว เป็นปัจจัยสนับสนุนให้เงินบาทแข็งค่า  โดยเดือนต.ค.นักลงทุนซื้อพันธบัตรสุทธิ 1.04 หมื่นล้านบาท  ตลาดหุ้นขายสุทธิ 4.2 พันล้านบาท

อย่างไรก็ดี ต้องติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและความชัดเจนเกี่ยวกับนโยบาย digital wallet ของรัฐบาล รวมถึงกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย

สำหรับการเคลื่อนไหวของสกุลเงินในภูมิภาคช่วง 1ก.ย.-12 ก.ย. พบว่า วอน-เกาหลีใต้แข็งค่ามากสุด 0.78% รองลงมาเป็นบาท-ไทย 0.71% ดอลลาร์-ไต้หวัน  0.47%ดอลลาร์-สิงคโปร์ 0.32% ยกเว้นรูเปียห์-อินโดนีเซียอ่อนค่ามากสุด  1.56%  ดอง-เวียดนาม 0.56%   ริงกิต-มาเลเซีย 0.49% เปโซ-ฟิลิปปินส์ 0.26% รูปี-อินเดีย 0.18% หยวน-จีน  0.03%

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักวิเคราะห์ประจำห้องค้าเงิน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยกับ Nation Online ว่า   เงินบาทสัปดาห์หน้าคาดว่าอยู่ที่  35.90 - 36.60 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐโดยประเมินว่า ตลาดการเงินอาจยังคงผันผวนสูง ท่ามกลางความกังวลสถานการณ์สงครามอิสราเอล-กลุ่มฮามาส ที่เริ่มส่อเค้าทวีความรุนแรงและบานปลายมากขึ้น ทำให้เงินบาทอาจชะลอการแข็งค่าขึ้นได้บ้าง หลังจากในสัปดาห์ก่อนหน้าเงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง เร็วกว่าที่เราประเมินไว้

โดยควรจับตาทั้งทิศทางราคาน้ำมันดิบ และราคาทองคำ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทิศทางเงินบาทได้ในระยะสั้น นอกจากนี้ ไฮไลท์สำคัญ จะอยู่ที่รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของจีน ซึ่งหากออกมาดีกว่าคาด หรือ ออกมาตามคาดและสะท้อนแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนที่ดีขึ้น ก็อาจช่วยหนุนให้ตลาดการเงินจีนทยอยกลับมาอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้นได้ ซึ่งอาจจะช่วยหนุนให้เงินหยวนของจีน รวมถึงสกุลเงินฝั่งเอเชียสามารถทยอยแข็งค่าขึ้นหรือ ช่วยชะลอการอ่อนค่าลง

สำหรับฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติอาจยังมีความผันผวนอยู่ แม้ว่าในนักลงทุนต่างชาติจะกลับมาเป็นฝั่งซื้อสุทธิในสัปดาห์ก่อนหน้าทั้งหุ้นและบอนด์ แต่สถานการณ์สงครามที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูงก็อาจกระทบต่อบรรยากาศในตลาดการเงินและทำให้นักลงทุนต่างชาติยังไม่รีบกลับเข้าซื้อสินทรัพย์ไทยได้

ปัจจัยที่มีผลต่อค่าเงินบาท

ส่วนของปัจจัยภายนอกนั้น เงินบาทยังมีแนวโน้มเคลื่อนไหวไปตามทิศทางของทั้งเงินดอลลาร์ ราคาทองคำ ราคาน้ำมันดิบ รวมถึงทิศทางค่าเงินฝั่งเอเชีย (จับตาทิศทางเงินหยวนจีน) โดยตลาดจะรอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของจีน รวมถึงรายงานข้อมูลเศรษฐกิจฝั่งสหรัฐฯ และติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด รวมถึงรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน

นอกจากนี้สถานการณ์สงครามอิสราเอล-กลุ่มฮามาส ก็อาจส่งผลกระทบต่อทิศทางเงินบาทได้ ผ่านการเคลื่อนไหวของราคาทองคำและราคาน้ำมันดิบ รวมถึงมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อทิศทางนโยบายการเงินของเฟด ซึ่งจะกระทบต่อทิศทางบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ และเงินดอลลาร์ สำหรับปัจจัยในประเทศ ควรติดตามทิศทางฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติที่อาจยังมีความผันผวนอยู่

ไฮไลท์ ข้อมูลเศรษฐกิจ

ฝั่งสหรัฐฯ ตลาดจะรอลุ้น รายงานยอดค้าปลีก (Retail Sales) นอกจากนี้ ตลาดจะจับตาถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด

ส่วนยุโรป ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญจากฝั่งอังกฤษ ทั้ง ยอดการจ้างงาน ยอดค้าปลีก รวมถึงอัตราเงินเฟ้อ CPI พร้อมทั้งรอติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ ECB และ BOE

ขณะที่เอเชีย ประเด็นสำคัญจะอยู่ที่รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของจีน โดยเฉพาะ อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 3 พร้อมทั้งรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญรายเดือน เช่น ยอดค้าปลีก

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจดังกล่าว ตลาดจะจับตาสถานการณ์สงครามระหว่างอิสราเอล กับ กลุ่มฮามาสและพันธมิตร อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งรอลุ้นรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน อาทิ ASML, Tesla, Netflix, Goldman Sachs และ BofA เป็นต้น

ข่าวล่าสุด