เนชั่นทีวี

Business thai

เงินบาทอ่อน ! รั้งอันดับ 2 ในภูมิภาคเกิดจากสาเหตุอะไร

08 ต.ค. 2566 | sukanya_san

เงินบาทอ่อน ! รั้งอันดับ 2 ในภูมิภาคเกิดจากสาเหตุอะไร

กูรูประเมินเงินบาทสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหวในกรอบ 36.35-37.75 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ-รายงานประชุมเฟด เปิดสถิติ 9 เดือนที่ผ่านมาเงินบาทอ่อนรั้งอันดับ 2 ในภูมิภาคเกิดจากปัจจัยอะไรบ้างนั้นตามไปดูกันเลย

น.ส. รุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมธุรกิจและกำกับดูแลโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยกับ Nation Online ว่า เงินบาทสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหวในกรอบ 36.35-36.75 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ  โดยติดตามเงินเฟ้อเดือนก.ย.ของสหรัฐฯและรายงานประชุมของธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด  ส่วนตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรเดือนก.ย.พุ่งขึ้น 336,000 ตำแหน่ง  สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 170,000 ตำแหน่ง ออกมาต่ำกว่า 1.7 แสนตำแหน่ง ส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่าและบอนด์ยิลด์ดีดปรับตัวขึ้น

สำหรับการเคลื่อนไหวของสกุลเงินในภูมิภาคช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา( ม.ค.-ก.ย.) พบว่า ริงกิต-มาเลเซียอ่อนค่ามากสุด 6.63% รองลงมาเป็นบาท-ไทย 6.49% วอน-เกาหลีใต้ 6.26%  หยวน-จีน  5.47% ดอลลาร์-ไต้หวัน  4.69% ดอง-เวียดนาม 3.11%   ดอลลาร์-สิงคโปร์ 2.10%   เปโซ-ฟิลิปปินส์ 1.57% รูปี-อินเดีย 0.60%  รูเปียห์-อินโดนีเซีย 0.38%  

เงินบาทอ่อน ! รั้งอันดับ 2 ในภูมิภาคเกิดจากสาเหตุอะไร

สาเหตุที่เงินบาทอ่อนค่ามาจาก

  • ภาพใหญ่เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเทียบกับทุกสกุลเงินในภูมิภาคนี้ ท่ามกลางภาวะตลาดตึงเครียดจากการพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ
  • เศรษฐกิจสหรัฐฯยังดูเหมือนว่ารับมือกับภาวะดอกเบี้ยสูงได้ดีกว่าเศรษฐกิจแห่งอื่นๆในช่วงนี้
  • ตลาดกังวลความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับประสิทธิภาพของมาตรการกระตุ้นทางการคลังว่าจะคุ้มค่ามากน้อยเพียงใด
  • การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยจะเกิดขึ้นเพียงฉาบฉวยหรือว่ามั่นคง
  • ระแสเงินทุนไหลออก นับตั้งแต่ต้นปี ถึง 5 ต.ค. ต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิ 1.64 แสนล้านบาท ขายพันธบัตร สุทธิ 1.56 แสนล้านบาท โดยมีตราสารหนี้ครบอายุ 1.4 แสนล้านบาท

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักวิเคราะห์ประจำห้องค้าเงิน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยกับ Nation Online ว่า  ปัจจัยที่ทำให้เงินบาทอ่อนค่าเกิดจากการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์  และปริมาณการซื้อทองคำในจังหวะย่อตัว  การปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของราคาน้ำมันดิบ ทำให้ผู้เล่นในตลาดต่างกังวลต่อแนวโน้มดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดของไทย  โดยเฉพาะดุลบัญชีเดินสะพัด อาจเกินดุลลดลงมากหรือเสี่ยงจะขาดดุลได้ หากการท่องเที่ยวฟื้นตัวได้แย่กว่าคาด  ขณะที่แรงขายสินทรัพย์ไทยอย่างต่อเนื่องจากนักลงทุนต่างชาติ  

ทั้งนี้มองกรอบเงินบาทสัปดาห์หน้าไว้ที่ 36.60 - 37.25 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ Fโดยปัจจัยกดดันเงินบาทฝั่งอ่อนค่ายังคงมีอยู่ ทำให้เงินบาทยังมีโอกาสผันผวนอ่อนค่าในโซน 37 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐได้บ้าง โดยต้องรอจับตารายงานข้อมูลอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด หลังจากที่ล่าสุด ยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) ของสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาดมาก ทำให้ผู้เล่นในตลาดเริ่มเพิ่มโอกาสเฟดเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อฅ

นอกจากนี้ ควรระวังและติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟดที่อาจส่งผลกระทบต่อทิศทางเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อย่างไรก็ดี เงินบาทอาจพอได้แรงหนุนอยู่บ้าง หากตลาดการเงินจีนกลับมาอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น หลังจากข้อมูลเศรษฐกิจจีนล่าสุดได้สะท้อนภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ดีขึ้นบ้าง ซึ่งหากเงินหยวนของจีนสามารถทยอยกลับมาแข็งค่าขึ้นได้ ก็อาจช่วยหนุนให้สกุลเงินฝั่งเอเชียแข็งค่าขึ้นได้บ้าง หรือ ช่วยชะลอการอ่อนค่าลง

สำหรับฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติอาจยังมีความผันผวนอยู่ แต่คาดว่า แรงขายสินทรัพย์ไทยอาจเริ่มชะลอลงมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากการที่แรงขายบอนด์ไทยได้ลดลงต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน การปรับฐานของตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้ ก็อาจเริ่มทำให้หุ้นไทยมีความน่าสนใจมากขึ้น และมีโอกาสที่นักลงทุนต่างชาติจะทยอยกลับเข้าซื้อสินทรัพย์ไทย หากบรรยากาศในตลาดการเงินกลับมาเปิดรับความเสี่ยงได้

นอกจากนี้ควรจับตาทิศทางราคาทองคำและราคาน้ำมันดิบ เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบก็มีส่วนกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลง   รวมถึงปริมาณธุรกรรมที่เกี่ยวกับทองคำก็มีผลต่อทิศทางค่าเงินบาทเช่นกัน

สำหรับเงินบาทยังมีแนวโน้มเคลื่อนไหวไปตามทิศทางของทั้งเงินดอลลาร์ ราคาทองคำ ราคาน้ำมันดิบ รวมถึงทิศทางค่าเงินฝั่งเอเชีย (จับตาทิศทางเงินหยวนจีน) โดยตลาดจะรอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่าง อัตราเงินเฟ้อ CPI และติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด

ส่วนปัจจัยในประเทศ ควรติดตามทิศทางฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติ หลังนักลงทุนต่างชาติยังไม่กลับเข้ามาลงทุนในตลาดทุนไทยอย่างที่เราได้ประเมินไว้

ฝั่งสหรัฐฯ ตลาดจะรอลุ้น รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI นอกจากนี้ ตลาดจะจับตาถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด และรายงานการประชุมเฟดล่าสุด (FOMC Meeting Minutes)

ส่วนยุโรป ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ ECB และ BOE   ด้านเอเชียประเด็นสำคัญจะอยู่ที่รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของจีน โดยเฉพาะยอดการส่งออกและยอดการนำเข้า  ขณะที่ไทย ผู้เล่นในตลาดอาจรอจับตา รายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค  

เงินบาทอ่อน ! รั้งอันดับ 2 ในภูมิภาคเกิดจากสาเหตุอะไร

 

ข่าวล่าสุด