svasdssvasds
เนชั่นทีวี

การเงิน-การลงทุน

เปิดโผหุ้นเด่น ! รับอานิสงส์การเมืองในประเทศคืบหน้าตัวไหนแจ่ม

20 สิงหาคม 2566

โบรกมองหุ้นไทยสัปดาห์นี้แกว่งไซด์เวย์-ไซด์เวย์อัพแรงหนุนการเมืองในประเทศคืบหน้า คาดจีดีพีฟื้นตัวหนุนดัชนี ประเมินกรอบ 1,506-1,540 จุด เน้นหุ้นอิงเศรษฐกิจในประเทศตัวไหนน่าเก็งกำไรตามไปดูกันเลย

นายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์  ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บล. กรุงศรีพัฒนสิน เปิดเผยกับ Nation Onlineว่า ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ แกว่งไซด์เวย์หรือไซด์เวย์อัพ แรงหนุนจากภาพบวกในประเทศ การเมืองภายในคืบหน้าในส่วนการโหวตนายกฯ ครั้งที่ 3 วันที่ 22 ส.ค. ลุ้นความคืบหน้าที่เชื่อมีโอกาสเห็นภาพการโหวตนายกฯได้ หลังพรรคเพื่อไทยมีเสียงสนับสนุนแล้ว 314 เสียง

นอกจากนี้ติดตามการรายงาน GDP ไตรมาส 2/66 คาดว่าเร่งขึ้น ประเมินแนวต้านแรกที่ 1,540 จุด แนวต้านถัดไปที่ 1,556จุด แนวรับแรกที่ 1,506 จุดแนวรับถัดไปที่ 1,492 จุด

กลุ่มหุ้นที่น่าลงทุน 1.หุ้นนำตลาดกลุ่มอิงเศรษฐกิจภายในประเทศ (ค้าปลีก CPAXT, DOHOME, GLOBAL ธนาคาร SCB, TTB อิงการลงทุน STEC, WHA, AMATA สื่อสาร ADVANC, THCOM ไฟฟ้า GULF พลังงาน PTT รับเหมา STEC ผสาน

2. กลุ่มส่งออกชิ้นส่วนฯ (ลุ้นยอดส่งออกไต้หวัน ส่งออกไทยหนุน) KCE, HANA, SMT 

ปัจจัยต่างประเทศที่มีผลต่อตลาดหุ้นไทย

•   21 ส.ค. ติดตามดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี ตลาดคาดปรับลง -15 bps  ยอดส่งออกไต้หวัน ก.ค.  ตลาดคาด -15.5% y-y  จากเดิม -24.9%y-y แนะติตดตามรายละเอียดกลุ่มสินค้าชิ้นส่วนและ ICT บ่งชี้ความเร่งการฟื้นตัวภาคส่งออกชิ้นส่วนฯที่ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว หากฟื้นเร่ง บวกต่อกลุ่มชิ้นส่วนฯ
•  22 ส.ค. ยอดขายบ้านมือสอง ก.ค. ตลาดคาด -0.2%m-m

•  23 ส.ค. ยอดขายบ้านใหม่ ก.ค. +1.4%m-m PMI ภาคการผลิตสหรัฐฯ เดือนส.ค. (เบื้องต้น) ตลาดคาด 49   ภาคบริการ ส.ค. ตลาดคาด 52 

•  24 ส.ค. ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทน ก.ค. 23 ตลาดคาด -4%y-y จากเดิม +4.6%y-y 

ปัจจัยภายในประเทศที่ต้องติดตาม

•   21 ส.ค. ติดตาม GDP งวด 2Q23 ตลาดคาด +3.0%y-y prev. +2.7%
•   ลุ้นการเมืองภายในเดินหน้า 22 ส.ค. ประชุมสภาโหวตนายกครั้งที่ 3
•   23-25 ส.ค. ติดตาม Thailand Forcus  118 บริษัทเข้าร่วมให้ข้อมูล
•   SET EPS: กำไรตลาดอิง BB อยู่ที่ 88.6 บาท จากเดิมอยู่ที่  89.9 บาท กลุ่มที่ตลาดปรับกำไรลง คือ ปิโตรเคมี, อาหาร กลุ่มที่ปรับขึ้น คือ เกษตรฯ และชิ้นส่วน

หุ้นเด่นสัปดาห์นี้ 

•  STEC (TP38) : การเมืองชัดเจนหนุนงานรับเหมา+หุ้นอยู่โซนลงทุน PBV24 0.8 เท่า  
•  WHA (TP5.80) : ยอด FDI เร่งขึ้นหนุน ผสานการเมืองใกล้ชัดเจนสร้างความต่อเนื่อง
•   SCB (TP130) : ฟื้นตัวตามภายในแกร่งลุ้นเงินปันผล 1H23F ที่ 1.5 บาท Yield 1.3% 

เปิดโผหุ้นเด่น ! รับอานิสงส์การเมืองในประเทศคืบหน้าตัวไหนแจ่ม


 

นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บล.พาย (PI)  เปิดเผยถึงภาวะตลาดหุ้นไทยกับ Nation Online ว่า สัปดาห์นี้นักลงทุนจะให้น้ำหนักมากสุดกับปัจจัยในประเทศ โดยเฉพาะการเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 22 ส.ค. โดยที่พรรคเพื่อไทยจะขึ้นมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

ข้อมูลล่าสุดระบุว่าสามารถรวบรวมเสียงได้ทั้งหมด 314 เสียง แม้จะเกินกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวน ส.ส. แต่ก็ยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของรัฐสภา จำเป็นต้องใช้เสียง ส.ว. อีกราว 61 เสียง หากการโหวดผ่านไปได้ด้วยดีเชื่อว่า SET INDEX มีโอกาสตอบรับเชิงบวกระยะสั้น

อย่างไรก็ตาม หากโหวดไม่ผ่านก็เชื่อว่ามีผลต่อ SET จำกัด และรอดูการโหวดรอบถัดไป ขณะเดียวกันในวันจันทร์สภา พัฒน์มีกำหนดจะรายงาน GDP ไตรมาส 2/66  Bloomberg Consensus คาดการณ์ 3%YoY

ทั้งนี้หากพิจารณาการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย 5 ปีย้อนหลังก่อนเกิด COVID-19 พบว่าเฉลี่ยแล้วขยายตัวได้ราว 3.4%YoY ดังนั้นคาดการณ์ที่ขยายตัว 3%YoY ก็ถือว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยช่วงก่อนหน้า

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าภายหลังจากจัดตั้งรัฐบาลได้จะเห็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการบริโภค ซึ่งจะเป็นบวกต่อหุ้นในกลุ่มค้าปลีก (BJC, CRC, CPALL, HMPRO)

ส่วนปัจจัยต่างประเทศติดตามดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของฝั่ง EU ในวันพุธ Bloomberg Consensus ประเมินว่าส่วนใหญ่แล้วประเทศในกลุ่ม EU ดัชนี PMI ต่ำกว่าระดับ 50 ยกเว้น PMI ภาคบริการของเยอรมนีคาดการณ์ที่ 51.5 และภาคบริการของ EU คาดการณ์ที่ 50.6 มองเป็นบวกต่อหุ้นโรงแรมที่มีรายได้หลักจาก EU (MINT)

ขณะที่ในวันเดียวกันสหรัฐฯก็มีกำหนดรายงาน PMI ภาคผลิตและบริการ Bloomberg Consensus ประเมินที่ 48.9 , 52.4 ตามลำดับ และสุดท้าย เชื่อตลาดจะรอติดตามการประชุม Jackson Hole (ประชุมประจำปีของ FED) โดยเฉพาะแถลงจากประธาน FED ในวันศุกร์ช่วงเย็นตามเวลาประเทศไทยเกี่ยวกับท่าทีของเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ย

สำหรับสัปดาห์นี้ประเมิน SET เคลื่อนไหวในกรอบ 1,500 – 1,540  จุด เชิงกลยุทธ์การลงทุนยังเน้นเพียงแค่ Trading และเลือกหุ้นที่อิงในประเทศ เนื่องจากยังไม่เห็นสัญญาณฟื้นตัวจากต่างประเทศ อาทิ ค้าปลีก (BJC, CRC ,CPALL ,HMPRO) ท่องเที่ยว (AOT, CENTEL ,ERW, MINT) ศูนย์การค้า (CPN) ขนส่ง (BEM) ธนาคารพาณิชย์ (BBL ,KBANK, KTB ,SCB) น้ำมัน (PTTEP)