ด้าน นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง เปิดเผยว่า ในชั้นต้นได้คุยกันเเล้ว ขอให้ไปเจรจากับทาง กทม. เพื่อแก้ปัญหาทางออก โดยให้ร่วมมือกันกับเจ้าของโครงการเเละผู้อยู่อาศัย เเต่หากเเก้ปัญหาไม่ได้ สำนักงานอัยการคุ้มครองผู้บริโภค ก็จะช่วยดำเนินการให้
หลังจากนี้จะมีกระบวนการไกล่เกลี่ยหาทางออกที่เกิดขึ้น หากไกล่เกลี่ยไม่ได้ จะเป็นกระบวนการการต่อไป เป็นกระบวนคุ้มครองสิทธิ์ของศาล จะมีมาตราการทางกฎหมายที่จะช่วยเหลือ หลังจากนั้นจะส่งเรื่องไปที่สำนักงานอัยการสูงสุด จะเป็นผู้ฟ้องคดีให้
แต่ในหลายหลายเรื่อง ก็จบได้โดยไม่ต้องขึ้นศาล การขึ้นศาลต้องใช้เวลานาน มีปัญหากับทุกฝ่าย หรือถ้าหากไม่สามารถไกล่เกลี่ยได้ ก็จะให้ความรู้ว่า ใครเป็นต่อหรือเป็นรอง ทำให้ตกลงกันไม่ได้ ถ้าสำนักงานอัยการให้ความรู้ทางกฏหมาย ที่ถูกต้องที่เที่ยงธรรมกับทุกฝ่าย จะได้ตัดสินใจได้ว่า จะร่วมกันเเก้ปัญหาอย่างไร
อัยการคุ้มครองสิทธิ์ จ่อบังคับใช้กฎหมายเรียก อนันดา มาไกล่เกลี่ย
นายธรัมพ์ ชาลีจันทร์ ผู้ตรวจการอัยการ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า จะมีการไกล่เกลี่ยก่อนที่จะนำกระบวนการขึ้นสู่ศาล โดยขั้นตอนไม่ได้มีกฎหมายบังคับ ไว้ว่าต้องเสร็จเมื่อไหร่ แต่หวังว่ากระบวนการไกล่เกลี่ย น่าจะจบลงได้ด้วยดี เบื้องต้นถ้าจะต้องมีการไกล่เกลี่ย จะต้องเชิญทางบริษัทอนันดา เข้ามาชี้แจงด้วยร่วมไก่เกลี่ยด้วย
ทั้งนี้ ภายหลังจากยื่นเรื่องร้องกับสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว ทางกลุ่มลูกบ้านยังเดินทางมาที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ตามคำแนะนำของ สำนักงานอัยการสูงสุด ที่ให้ร้องเรียนไปพร้อมกันคู่ขนาน
กรณ์ ชี้ ไม่ควร เเก้ กม.ให้ เจ้าของโครงการ แอชตัน
ขณะที่ นายกรณ์ จาติกวณิชย์ อดีตหัวหน้าพรรค ชาติพัฒนากล้า โพสต์เฟซบุ๊ก ให้ความเห็นในเรื่องนี้ ระบุว่า
"เมื่อวานซืนท่านผู้ว่าชัชชาติได้แถลงความคืบหน้าเรื่องคอนโด Ashton อโศก ต่อสื่อมวลชน"
ผมสรุปใจความสำคัญได้ว่า
1. จะไม่มีการตั้งกรรมการพิเศษขึ้นมาตรวจประเด็นทุจริต เพราะไม่มีใบเสร็จ ไม่มีใครแจ้งเบาะแส
2. ได้แจ้งบริษัทผู้ประกอบการแล้วให้ทำเรื่องยื่นขอใบอนุญาตใหม่
3. จะตั้ง คกก. ขึ้นมาทบทวนแนวทาง การขอใบอนุญาตสร้างตึกสูง (ซึ่งผมกังวลว่าหมายความว่า "ทำอย่างไรไม่ให้เอากฎหมายมาเป็นอุปสรรคต่อการก่อสร้างได้อีก")
ผมเห็นด้วยว่า มาถึงวันนี้ เราควรต้องหาทางออกให้ผู้ซื้อคอนโด แต่ไม่ใช่ด้วยการให้อภิสิทธิ์กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ล้างผิดให้เป็นถูก ไม่ใช่การกลบเกลื่อนความผิดที่ผ่านมา และ ไม่ใช่การแก้กติกาให้ง่ายขึ้น สำหรับผู้ประกอบการ ที่จะสร้างอาคารที่มีผลต่อสภาพแวดล้อม ความเป็นอยู่ของชาวบ้านในพื้นที่