เนชั่นทีวี

Business thai

ผู้ว่าฯ รฟม.ปัดเอี่ยว "แอชตันอโศก" พร้อมต่อสู้คดีหากเอกชนฟ้องร้อง

31 ก.ค. 2566 | sukanya_san

ผู้ว่าฯ รฟม.ปัดเอี่ยว "แอชตันอโศก" พร้อมต่อสู้คดีหากเอกชนฟ้องร้อง

"ภคพงศ์" ออกโรงชี้แจงทางผ่านที่ดินของรฟม.ไม่ถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการแอชตันอโศก ย้ำการออกใบอนุญาตถูกต้องตามกฏหมาย ชี้หากอนันดาฟ้องร้องมีสิทธิ์ทำได้พร้อมต่อสู้คดี  แนะเอกชนเร่งหาทางออกกับกทม.

นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยถึงกรณีที่ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่ง เพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างโครงการ แอชตันอโศก ของ บริษัท อนันดา เอ็มเอฟ เอเชีย อโศก จํากัดว่า  รฟม.กำลังศึกษาคำพิพากษาของศาลปกครอง แต่เบื้องต้นยืนยันว่า รฟม.ไม่ได้ผิด  กรณีดังกล่าว

โดยใบอนุญาตการก่อสร้างของ รฟม.ถูกต้องตามกฎหมาย และศาลปกครองสูงสุดไม่ได้มีการเพิกถอนใบอนุญาตของ รฟม.แต่เพิกถอนกรณีใบอนุญาตก่อสร้างของโครงการแอชตันอโศกจึงเป็นเรื่องที่ทางบริษัทต้องไปหาทางออกกับกรุงเทพมหานคร (กทม.)

อย่างไรก็ตาม หากอนันดาจะยื่นฟ้อง รฟม.ให้ร่วมรับผิดชอบก็เป็นสิทธิของบริษัท ฯ ซึ่งก็ต้องต่อสู้กันตามกฎหมาย แต่มีคำพิพากษายืนยันอยู่แล้วว่า รฟม.ไม่ได้ถูกเพิกถอนใบอนุญาต เพียงแต่บริษัทฯ เอาใบอนุญาตของรฟม. ไปประกอบการขออนุญาตก่อสร้างอาคารไม่ได้ เพราะที่ดินที่ตั้งโครงการอยู่บนถนนเป็นภาระจำยอม มีความกว้างแค่ 6.40 เมตร ไม่สามารถก่อสร้างตึกสูงได้และศาลถือว่าทางผ่านของ รฟม.ไม่ถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ

สำหรับกรณีที่คำตัดสินของศาลปกครองสูงสุดระบุว่า ถนนของ รฟม. ไม่ใช่ทางสาธารณะ ดังนั้นจึงไม่สามารถเอามาผูกพัน เพื่อขอใบอนุญาตการสร้างอาคารได้ และการที่เอกชนจะซื้อที่ดินรัฐ ซึ่งได้มาจากการเวนคืนก็ไม่สามารถดำเนินการได้  และปัจจุบัน รฟม.ก็ยังไม่ได้รับเงินค่าตอบแทนจากบริษัทในจำนวน 97 ล้านบาท ตามที่บริษัทกล่าว

อย่างไรก็ตาม เมื่อศาลปกครองสูงสุดพิพากษาแล้ว คงต้องปฎิบัติตาม แต่เรื่องนี้ยังมีแนวทางออกที่จะแก้ปัญหา และช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบหากต้องรื้อถอนอาคาร เช่น แก้ไข กฎกระทรวงฉบับที่ 33 เพื่อไม่ให้การตีความของกทม. ขัดแย้งกับกฎกระทรวงฯ

โดยการแก้ไขกฎกระทรวงมีขั้นตอน เสนอคณะรัฐมนตรี เห็นชอบ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยลงนามประกาศใช้ ซึ่งเรื่องนี้ทราบว่า ศาลเคยให้คำแนะนำไว้ในการพิจารณาชั้นต้น ส่วนจะมีการดำเนินการอย่างไร เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับรฟม.

"การอนุญาตให้เอกชนหรือประชาชน ใช้ประโยชน์เป็นทางเข้าออก จะอยู่ภายใต้การสงวนสิทธิ์ที่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ตามความจำเป็น ของรฟม. ดังนั้นจึงไม่ใช่ทางสาธารณะ ส่วนการที่ เอกชนนำใบอนุญาตจากรฟม.นี้ ไปใช้ประกอบการขออนุญาตก่อสร้างอาคารสูงขนาดใหญ่พิเศษ กับ กทม.เป็นเรื่องที่เอกชนต้องสอบถามและหาทางแก้ปัญหา กับกทม."

ส่วนกรณีที่ทางบริษัทระบุถึงโครงการที่มีลักษณะใช้ทางของ รฟม. คล้ายกันนั้น ยืนยันว่าโครงการอื่น ๆ จะเป็นกรณีของการสร้างทางเชื่อม หรือสกายวอล์ก กับสถานีรถไฟฟ้า เป็นการเชื่อมสถานี เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้รถไฟฟ้าไปยังอาคารต่าง ๆ ทำให้ผู้โดยสารรถไฟฟ้าไม่ต้องลงมาเดินทางเท้า

โดยการเชื่อมทางในลักษณะของแอชตัน ซึ่งได้รับอนุญาตเมื่อปี 2557 เป็นการเชื่อมจากอาคารหรือที่ดินของเอกชนเพื่อออกสู่สาธารณะ และ รฟม.จะไม่มีการอนุญาตในลักษณะนี้อีก

ข่าวล่าสุด