สำหรับสถานการณ์การเมืองในประเทศที่ยังรอความชัดเจนในการจัดตั้งรัฐบาล โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคก้าวไกล ถูกศาลรัฐธรรม นูญสั่งให้หยุดปฎิบัติหน้าที่สส.ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคมจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยกรณีถือหุ้นสื่อ itv
นอกจากนี้ในวันเดียวกันการประชุมรัฐสภามีมติให้การเสนอชื่อนายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2 กระทำไม่ได้ ล่าสุดพรรคก้าวไกลประกาศยอมให้พรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นพรรคที่ได้คะแนนสูงเป็นอันดับสองเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลต่อไป
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่าพรรคเพื่อไทยจะร่วมกับ 7 พรรคเดิม หรือมีการจับขั้วใหม่เพื่อให้ได้คะแนนเสียงถึง 376 เสียง ในการโหวตเลือกแคนดิเดตจากพรรคเพื่อไทยเป็นนายกรัฐมนตรีในวันที่ 27 กรกฏาคมนี้
ทั้งนี้ในกรณีฐานของวิจัยกรุงศรีคาดว่าจะจัดตั้งรัฐบาลได้ในเดือนสิงหาคม แต่หากใช้เวลามากกว่าคาด จะมีผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งล่าสุดข้อมูลการอนุญาตประกอบธุรกิจจากต่างด้าวในเดือนมิถุนายนมีมูลค่า 3,535 ล้านบาท ชะลอลงจาก 6,690 ล้านบาท ในเดือนพฤษภาคม