เช็ก! กรมบัญชีกลาง ลดดอกเบี้ยคืนบำเหน็จล่าช้า กรณีกลับเข้ารับราชการใหม่
14 ก.ค. 2566 | wanida_phe

กรมบัญชีกลางแจ้ง ปรับหลักเกณฑ์การคิดดอกเบี้ย กรณีคืน บำเหน็จล่าช้า สำหรับผู้กลับเข้ารับราชการใหม่ เพื่อลดค่าใช้จ่าย ไม่ให้รับภาระดอดเบี้ยเกินสมควร
Business thai
14 ก.ค. 2566 | wanida_phe

กรมบัญชีกลางแจ้ง ปรับหลักเกณฑ์การคิดดอกเบี้ย กรณีคืน บำเหน็จล่าช้า สำหรับผู้กลับเข้ารับราชการใหม่ เพื่อลดค่าใช้จ่าย ไม่ให้รับภาระดอดเบี้ยเกินสมควร
ประกอบกับพระราชบัญญัติ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2539 และ ที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 38 วรรคสอง กำหนดให้ ข้าราชการซึ่งออกจากราชการและได้รับบำเหน็จไปแล้ว หากกลับเข้ารับราชการใหม่ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2540 จะนับเวลาราชการต่อเนื่องได้ ต้องคืนบำเหน็จที่ได้รับพร้อมดอกเบี้ยตามอัตราเงินฝากประจำของธนาคารออมสิน ส่วนระยะเวลาในการคืนบำเหน็จให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ที่กระทรวงการคลังกำหนด
ซึ่งหลักเกณฑ์ดังกล่าว ได้มีการกำหนดการคิดดอกเบี้ย ในกรณีข้าราชการ กลับเข้ารับราชการแล้วคืนบำเหน็จ เพื่อนับเวลาราชการต่อเนื่องล่าช้าเอาไว้ ดังนั้น เพื่อให้การคำนวณดอกเบี้ยผิดนัดในการคืนบำเหน็จเพื่อนับเวลาราชการต่อเนื่องของข้าราชการที่กลับเข้ารับราชการใหม่ ไม่ต้องรับภาระดอกเบี้ยเกินสมควร และ สอดคล้องกับกฎหมายที่ได้ปรับปรุงแก้ไข กรมบัญชีกลางจึงกำหนดหลักเกณฑ์ และ วิธีการเกี่ยวกับระยะเวลา ในการคืนบำเหน็จเพื่อนับเวลาราชการต่อเนื่อง กรณีกลับเข้ารับราชการใหม่ เพื่อให้ส่วนราชการต่าง ๆ ถือปฏิบัติ
โดยหลักเกณฑ์ดังกล่าว ได้ปรับปรุงการคิดอัตราดอกเบี้ย ในการคืนบำเหน็จล่าช้า จากเดิมในอัตรา 7.5% ต่อปี ปรับเป็นอัตรา 3% ต่อปี บวกด้วยอัตราเพิ่ม 2% ต่อปี ในต้นเงินบำเหน็จพร้อมดอกเบี้ย และมีผลใช้บังคับย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 ซึ่งเป็นวันที่พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2564 ใช้บังคับ สำหรับส่วนราชการที่ได้มีการคิดดอกเบี้ยในการคืนบำเหน็จล่าช้าในอัตรา 7.5% ต่อปี ตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2564
และส่วนราชการได้นำเงินส่งคลังไปแล้ว ให้ส่วนราชการขอถอนคืนเงินรายได้แผ่นดินตามข้อบังคับกระทรวงการคลังและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อคืนให้แก่ผู้กลับเข้ารับราชการใหม่ต่อไป