เนชั่นทีวี

Business thai

ธปท. เตรียมพร้อมคุมเช่าซื้อ "รถยนต์-รถจักรยานยนต์" ดีเดย์ 1 พ.ย.นี้

09 มิ.ย. 2566 | sukanya_san

ธปท. เตรียมพร้อมคุมเช่าซื้อ "รถยนต์-รถจักรยานยนต์" ดีเดย์ 1 พ.ย.นี้

ธปท.แจงคุมเช่าซื้อ-ลิสซิ่งรถยนต์-รถจักรยานยนต์ร่างกม.อยู่ระหว่างการพิจารณาของกฤษฏีกา ระบุหากฏหมายมีผลบังคับใช้จะเข้ากำกับดูแลคุ้มคองผู้บริโภค-เสถียรภาพด้านการเงินได้อย่างเหมาะสม

น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และ โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า  ร่างกฎหมายกำกับดูแลธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฏีกา

ซึ่ง ธปท. อยู่ระหว่างเตรียมการรองรับการดำเนินการตามกฎหมายดังกล่าว เช่น การทยอยหารือกับผู้ประกอบธุรกิจและผู้บริโภค เพื่อให้มั่นใจว่า เมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้ ธปท. จะสามารถเข้ากำกับดูแลฯ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและดูแลเสถียรภาพด้านการเงินได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ เมื่อมีความคืบหน้าในรายละเอียด ธปท. จะแจ้งให้ทราบต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้าหนี้ธปท.ได้เรียกประชุมกับ สมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย เพื่อเตรียมความพร้อมกำกับดูแลธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ โดยแบ่งเป็นบริษัทลูกของธนาคารพาณิชย์ ที่ไม่รวมถึงสัญญาเช่าซื้อที่ทำกับธนาคาร และผู้ให้บริการทางการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (นอนแบงก์) และกลุ่มที่สอง คือ แคปทีฟ ไฟแนนซ์(Captive Finance)หรือ ลีสซิ่งของค่ายรถยนต์ และนอนแบงก์อื่น ๆ ซึ่งคาดว่าพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ​กำกับธุรกิจเช่าซื้อรถและลีสซิ่ง จะมีผลบังคับใช้ 1 พ.ย.นี้

โดยปัจจุบันยอดธุรกิจเช่าซื้อและลีสซิ่งสูงถึง 12.4% ของหนี้ครัวเรือนไทยที่ 15 ล้านล้านบาท และยังมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง     ดังนั้นการกำกับธุรกิจเช่าซื้อ ก็เพื่อส่งเสริมและดูแลประชาชน ให้ได้รับบริการทางการเงินที่เป็นธรรมและได้รับข้อมูลที่โปร่งใสเพียงพอต่อการตัดสินใจ

รวมทั้งเพื่อรักษาเสถียรภาพระบบเศรษฐกิจการเงิน และการบริหารจัดการหนี้ครัวเรือนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อไปโดยการยกระดับการบริหารจัดการธุรกิจเซ่าซื้อและลีสซิ่งนั้นจะทำตั้งแต่ปรับวัฒนธรรมองค์กรและบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการและผู้บริหารระดับสูง

รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการจัดกลุ่มลูกค้า การควบคุมการกำกับและตรวจสอบ และการแก้ไขปัญหา การจัดการเรื่องร้องเรียน การดูแลข้อมูลลูกค้า การปรับกระบวนการขายฯลฯ ซึ่งจะทำให้ลูกค้าได้รับความเป็นธรรมมากขึ้น ทั้งเชื่อมั่นในระบบ ผ่านคำแนะนำ การใช้ข้อมูลที่ชัดเจนมากขึ้น การมีผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นธรรม และการให้บริการหลังการขาย

นอกจากนี้ข้อมูลของบริษัท บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัดเครดิตบูโรพบว่า  ธุรกิจเช่าซื้อมียอดคงค้างสินเชื่อทั้งหมด  2.6 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นหนี้เสียแล้ว 1.8 แสนล้านบาท  หรือ 6.9%  และมียอดที่อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างอยู่ที่ 4.7 หมื่นล้านบาทหรือ 1.8%

โดยลูกค้าที่ค้างชำระหนี้สินเชื่อเช่าซื้อพบว่า ส่วนใหญ่เป็นเจนวาย และเจนเอ็กซ์ซึ่งหากดูจำนวนบัญชีพบว่าเจนวาย มีลูกหนี้ค้างชำระสินเชื่อเช่าซื้อทั้งหมด 6 แสนบัญชี คิดเป็นมูลค่าราว 2 แสนล้านบาท แบ่งเป็นหนี้เป็นหนี้เสียจำนวน  343,911 บัญชี คิดเป็นมูลค่า  9.8 หมื่นล้านบาท

ส่วนกลุ่มเจนเอ็กซ์พบว่า มีจำนวนค้างชำระทั้งสิ้น 4 แสนบัญชี มูลค่ารวม 2แสนล้านบาท ซึ่งหนี้เสียแล้ว 219,921 บัญชี คิดเป็นมูลค่าหนี้เสีย 5.9 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตาม  การดำเนินการดังกล่าวช่วยรักษาเสถียรภาพระบบเศรษฐกิจการเงิน และการบริหารจัดการหนี้ครัวเรือนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม คาดว่าแนวโน้มหนี้เสียภาพรวมธุรกิจเช่าซื้อและลีสซิ่ง จะทยอยลดลงได้บ้าง หากภาวะเศรษฐกิจไทยปีนี้ฟื้นตัว

ข่าวล่าสุด