น.ส. รุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมธุรกิจและกำกับดูแลโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยกับ Nation Online ว่า ค่าเงินบาทในสัปดาห์หน้า คาดว่าเคลื่อนไหวในกรอบ 33.50-34.50 บาทต่อดอลลาร์ ปัจจัยต่างประเทศติดตามข้อมูลยอดค้าปลีกสหรัฐฯ ขณะที่ตลาดยังคงมองว่าเฟดจบการปรับขึ้นดอกเบี้ยไปแล้วสำหรับวัฎจักรนี้ ส่วนปัจจัยภายในการประกาศจีดีพีไตรมาส 1/66 ของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) โดย กรุงศรีคาดจีดีพี ไตรมาส 1/66 ที่ +2.2% YOY
สำหรับการเลือกตั้งภายในประเทศจะมีปฏิกริยาระยะสั้นของตลาด ขึ้นอยู่กับ
1. เลือกตั้งผ่านพ้นเรียบร้อย ไม่มีปัญหาติดขัดเหมือนเลือกตั้งล่วงหน้า
2. จำนวน สส. เสียงแพ้ ชนะขาด จัดตั้งรัฐบาลได้เร็ว แบบนี้ตลาดจะตอบรับเชิงบวก เพราะมองว่ามีเสถียรภาพทางการเมือง
3. การผลักดันนโยบายเศรษฐกิจ ซึ่งถ้าหากพลิกขั้วอำนาจ คือเน้นประชานิยม ต้องดูว่าในระยะถัดสามารถทำนโยบายที่สมเหตุสมผลกับบริบทของไทยได้มากน้อยเพียงใด รวมถึงการจัดหาแหล่งเงินทุน
ส่วนการเคลื่อนไหวของสกุลเงินในภูมิภาค 1พ.ค.-12 พ.ค. พบว่า บาท-ไทยแข็งค่าสุด 0.77% รองลงมาเป็นวอน-เกาหลีใต้ 0.32% ดอล ลาร์-สิงคโปร์ 0.23% ยกเว้น เปโซ-ฟิลิปปินส์อ่อน 0.79% รูเปียห์-อินโดนีเซีย 0.52%หยวน-จีน 0.47% รูปี-อินเดีย 0.36%
ริงกิต-มาเลเซีย 0.34% ดอลลาร์-ไต้หวัน 0.05% ดอง-เวียดนาม 0.01% โดยเงินบาทแข็งค่านำสกุลเงินภูมิภาคในเดือนนี้ จากเงินไหลเข้าพันธบัตร และธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับทองคำบางส่วน อย่างไรก็ตาม เดือนนี้ต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิ 2.8 พันล้านบาท ซื้อพันธบัตรสูงถึง 5.58 หมื่นล้านบาท