ส่วนบอนด์เรามองว่านักลงทุนต่างชาติอาจยังไม่รีบซื้อบอนด์ไทย โดยเฉพาะบอนด์ระยะยาวมากนัก เนื่องจากระดับยีลด์ปัจจุบันถือว่าไม่ได้สูงจนน่าสนใจ โดยเฉพาะหากแบงก์ชาติส่งสัญญาณพร้อมเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ผู้เล่นต่างชาติบางส่วนอาจทยอยเพิ่มสถานะถือครองบอนด์ระยะสั้น เพื่อลุ้นโอกาสเงินบาทแข็งค่าในระยะสั้นได้ โดยประเมินต่างชาติซื้อบอนด์สุทธิ 1-2 พันล้านบาท
น.ส. รุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมธุรกิจและกำกับดูแลโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวกับ Nation Online ว่า ค่าเงินบาทในสัปดาห์หน้าคาดว่าเคลื่อนไหวในกรอบ 33.75-34.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยปัจจัยที่ต้องติดตามคือรายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ
การประชุมณะกรรมการนโยบายการเงินหรือกนง.วันที่ 29 มี.ค.นี้คาดว่า ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% เป็น 1.75% แต่อาจมีมติไม่เป็นเอกฉันท์เพื่อส่งสัญญาณว่าอาจพิจารณาหยุดขึ้นในรอบถัดไป ขณะเงินเฟ้อไทยมีแนวโน้มเข้าสู่กรอบเป้าหมายช่วงกลางปี อย่างไรก็ตาม กรุงศรีมองสิ้นปีนี้ดอกเบี้ยนโยบายของไทยอยู่ที่ 1.75% และจีดีพีไทยเติบโต 3.3% ในปีนี้
ส่วนการเคลื่อนไหวของสกุลเงินในภูมิภาค 1 มี.ค.-24 มี.ค. พบว่า บาท-ไทยแข็งค่าสุด 3.66% รองลงมาคือวอน-เกาหลีใต้ 2.57 % เปโซ-ฟิลิปปินส์ 1.96% ดอลลาร์-สิงคโปร์ 1.55% ริงกิต-มาเลเซีย 1.38% หยวน-จีน 1.30% ดอง-เวียดนาม 1.18% รูปี-อินเดีย 0.51% รูเปียห์-อินโดนีเซีย 0.41% ดอลลาร์-ไต้หวัน 0.34%
สำหรับเดือนมี.ค.นี้ เงินบาทแข็งค่านำภูมิภาค ขณะที่ตลาดมองว่าสหรัฐฯใกล้จะยุติวัฎจักรการขึ้นดอกเบี้ยแล้ว โดยการสื่อสารล่าสุดของเฟดบ่งชี้ว่ายังต้องคุมเงินเฟ้อ แต่ระมัดระวังต่อความเสี่ยงในภาคธนาคารมากขึ้น กดดันค่าเงินดอลลาร์ในตลาดโลกให้อ่อนลง นอกจากนี้เงินบาทยังได้แรงหนุนจากการที่บอนด์ยิลด์สหรัฐฯดิ่งลง ซึ่งทำให้ราคาทองคำในตลาดโลกพุ่งขึ้น กระตุ้นการส่งออกของกลุ่มผู้ค้าทองในประเทศ
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ 1-23 มี.ค. ต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย 2.9 หมื่นล้านบาท แต่มียอดซื้อพันธบัตรสุทธิ 1.3 หมื่นล้านบาท