“คนละครึ่งพลัส”ลงทะเบียน เริ่มใช้สิทธิ์ วันไหน ยอดเงินเท่าไหร่
02 ต.ค. 2568 | prisana_tha

“คนละครึ่งพลัส” รวมข้อมูล วิธีการลงทะเบียน เริ่มใช้สิทธิ์ได้วันไหน แต่ละคนได้ยอดเงินเท่าไหร่ เช็กข้อมูลได้ที่นี่
Business thai
02 ต.ค. 2568 | prisana_tha

“คนละครึ่งพลัส” รวมข้อมูล วิธีการลงทะเบียน เริ่มใช้สิทธิ์ได้วันไหน แต่ละคนได้ยอดเงินเท่าไหร่ เช็กข้อมูลได้ที่นี่
2 ตุลาคม 2568 ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่มี นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 เป็นประธานในที่ประชุม ในวาระกระทู้ธรรมสดด้วยวาจาโดย นายสังคม แดงโชต สส.ประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย ถาม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เรื่องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ด้วยโครงการคนละครึ่งพลัส มีรายละเอียดอย่างไร จะสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงหรือไม่ และโครงการดังกล่าวจะมีใครสามารถรับสิทธิ์ได้บ้าง โดยจะสามารถลงทะเบียนได้อย่างไร โดยเฉพาะกับผู้ที่อยู่ในกลุ่มเปราะบาง หรือในพื้นที่ห่างไกล
ด้านนายเอกนิติ ตอบว่า โครงการคนละครึ่ง ได้รับคำแนะนำจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้เศรษฐกิจได้ฟื้นตัวโดยเร็ว คือ Quick Big Win คือ เป็นโครงการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในปัจจุบัน คือ Big จากโครงการเดิมให้ใช้วันละ 150 บาท แต่เป็นไม่เกิน 200 บาท ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ส่วน Quick อย่างที่เคยพูดช่วงแถลงนโยบายว่า ต้องรวดเร็ว เพราะเศรษฐกิจประเทศไทย กำลังจะติดหล่ม หากไม่ทำอะไรจะตกเหว
และ Win ประชาชน ผู้ที่จะได้รับประโยชน์ที่มีจำนวน 20 ล้านคน เริ่มตั้งแต่อายุ 16 ปี ประกอบด้วยผู้ที่เสียภาษี จะได้ ยอดเงิน 2,400 บาท , ขณะที่ผู้ไม่เสียภาษี จะได้ 2,000 บาท โดยผู้ที่ไม่เคยลงทะเบียน วิธีการลงทะเบียน สามารถดำเนินการผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังที่มีอยู่เดิม วันที่ 20 ตุลาคม 2568 นี้
ขณะเดียวกันผู้ที่เคยลงทะเบียนอยู่แล้ว ให้เข้าไปยืนยันตัวตน และเริ่มใช้พร้อมกันในวันที่ 29 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไปจนสิ้นสุดโครงการในวันที่ 31 ธันวาคม 2568
ส่วนผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟนที่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเปราะบางอีก 13.4 ล้านคน ที่ถือบัตรสวัสดิการประชาชนอยู่แล้ว จากเดิมที่ได้รับ 300 บาท จะถูกเติมเข้าไปเพิ่มอีก 1,700 บาท เท่ากับว่า กลุ่มนี้ก็จะได้ 2,000 ดังนั้น เมื่อรวมทั้งหมดแล้ว จะมีผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้จริงๆมากถึง 30.4 ล้านคน
สำหรับ พลัสนั้น แบ่งเป็นพลัส ที่ 1 คือ การขยายร้านค้าขนาดเล็ก หรือ SMEs ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนร้านค้าใหม่เพิ่มเติมจากเดิมที่มีอยู่แล้วในวันที่ 15 ตุลาคม 2568 นี้ ประกอบด้วย กลุ่มร้านอาหาร เครื่องดื่ม ร้านค้าทั่วไป , ผู้ประกอบการนวดสปา ทำผม ทำเล็บ , ผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะ ที่มีใบขับขี่ และพลัสที่ 2 คือ เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะยาว เพราะจะเพิ่มทักษะให้พ่อค้าแม่ค้า โดยการสอนทักษะออนไลน์ เพื่อเป็นการขยายสกิล ให้สามารถขยายตลาดออนไลน์ ช่วยสร้างรายได้อย่างยั่งยืน รวมทั้งจะสร้างระบบการทำบัญชีง่ายๆ ที่สามารถคำนวณค่าใช้จ่ายให้ผู้ประกอบการ เพื่อเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ อำนวยความสะดวกการปล่อยสินเชื่อจากธนาคาร ที่จะสามารถแก้ไขปัญหาหนี้สินได้ในระยะยาว
นายเอกนิติ ยังย้ำว่า ขอให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้าสบายใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องภาษี เนื่องจากนายกรัฐมนตรีได้ให้ความมั่นใจไปแล้ว อย่างไรก็ตาม เชื่อมั่นว่า การจูงใจสำหรับให้จำนวนเงินผู้ที่เสียภาษีที่มากกว่านั้น จะเป็นการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องว่า ภาษีมีความสำคัญ และความจำเป็นสำหรับประเทศให้เกิดความยั่งยืน
ข่าวล่าสุด