ทั้งนี้ ประโยชน์ของการบริจาคทองคำผ่านผ้าช่วยชาติ มีประโยชน์หลายด้าน โดยเฉพาะช่วยเรื่องเสถียรภาพ โดยการที่มีทองคำที่บริจาคเข้ามาอยู่ในบัญชีทุนสำรองเงินตรา มีส่วนช่วยหนุนหลังธนบัตรที่ออกใช้ หากเทียบกับประเทศอื่นที่มีการพิมพ์เงินออกไป เช่น ประเทศอาร์เจนตินา เวเนซุเอลา ซิมบับเว ที่เห็นเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นเป็น 100-1000% ส่งผลให้ค่าครองชีพสูงขึ้นมาก และเงินที่ออกมานั้นไม่มีค่า เพราะไม่มีอะไรหนุนอยู่เบื้องหลัง เหล่านี้เป็นการทำลายเสถียรภาพอย่างชัดเจน
ดังนั้น การมีทุนสำรองเงินตรา จึงมีส่วนช่วยให้เสถียรภาพเรื่องของราคาในการออกธนบัตรที่ออกใช้มีค่า และอีกด้านที่สำคัญไม่น้อยกว่ากัน คือ ช่วยรักษาทุนสำรองระหว่างประเทศ ที่ช่วยเรื่องเสถียรภาพด้านต่างประเทศ เพราะหากทุนสำรองระหว่างประเทศไม่เพียงพอ อาจไม่มีเสถียรภาพด้านค่าเงิน ค่าเงินก็อาจอ่อนค่าทำให้อาจเผชิญกับเหตุการณ์เหมือนหลายประเทศ
เช่น ลาวในปัจจุบันที่มีปัญหาจากค่าเงินอ่อนค่า กระทบต่อการนำเข้าสินค้าต่างๆ แพงขึ้น ดังนั้น การมีทุนสำรองระหว่างประเทศที่เพียงพอจะมีส่วนช่วยเสถียรภาพด้านนี้ได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันทองคำ ที่บริจาคเข้าคลังทุนสำรองเงินตราฯ มีความปลอดภัย อยู่ครบถ้วน โดยความปลอดภัยที่ว่ามีความปลอดภัยในเชิงวัตถุ ในเชิงรูปธรรม และความปลอดภัยอีกอย่างที่สำคัญ คือ ความปลอดภัยในเชิงกรอบกฎหมายที่ปกป้องทองคำไว้
โดยภายใต้กรอบกฎหมายของ ธปท.ปัจจุบันอยู่ภายใต้ พรบ. 2 ฉบับ ที่เป็นกรอบกฎหมายช่วยคุ้มครองความปลอดภัยของเงิน และทองที่หลวงตาได้บริจาค โดยกรอบกฎหมายดังกล่าวอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.ธปท.และ พ.ร.บ.เงินตรา ที่มีการแยกบัญชีชัดเจน บัญชีแรกเป็นบัญชีที่ใช้ธุรกรรม การซื้อขายต่างๆ รวมถึงการดูแลเสถียรภาพที่เกี่ยวกับค่าเงินต่างๆ อีกบัญชี คือ บัญชีทุนสำรองเงินตรา ภายใต้บัญชีนี้จะแยกออกมาอีก 3 บัญชี ซึ่งทองที่รับบริจาคจากหลวงตา ถูกเก็บไว้ในบัญชีสำรองพิเศษ ถ้าจะเทียบเคียงก็เหมือนกับเป็นเงินก้นถุงที่มีความปลอดภัยตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม หากมีการแก้กฎหมายและรวมสองบัญชีนี้เข้าด้วยกัน มองว่าจะเป็นจุดที่เสี่ยง ดังนั้น เป็นสิ่งที่ต้องจับตามอง เพราะถ้ามีการรวมกันโอกาสที่มีความสุ่มเสี่ยงต่อเรื่องทุนสำรองเงินตรา รวมถึงเงินทองภายใต้โครงการทอดผ้าป่าช่วยชาติจะมีความเสี่ยง และมีโอกาสถูกนำไปใช้ต่างๆ ได้ แต่เวลานี้การที่ตนอยู่ตรงนี้สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น
ชมคลิปข่าว