ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ ข้าว หดตัว 32.4% ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง หดตัว 11.0% ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง หดตัว 7.9% เครื่องดื่ม หดตัว 16.0 % ผักกระป๋อง และแปรรูป หดตัว 13.3%
ส่วนการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัว 17.0% โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ ขยายตัว 45.0% อัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) ขยายตัว 148.8% ผลิตภัณฑ์ยาง ขยายตัว 19.9% เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ขยายตัว 28.1% เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ขยายตัว 33.2%
สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ หดตัว 16.5% เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ หดตัว 18.6% เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ หดตัว 16.8% เครื่องสำอาง สบู่และผลิตภัณฑ์รักษาผิว หดตัว18.3% อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์และไดโอด หดตัว 38.2%
อย่างไรก็ตาม การส่งออกไปตลาดสำคัญส่วนใหญ่ขยายตัว รับการฟื้นตัวภาคการผลิตโลก และความต้องการนำเข้าที่เร่งตัวขึ้น ท่ามกลางความกังวลนโยบายกีดกันการค้า ตลาดหลักที่ขยายตัว 11.2% ได้แก่ สหรัฐ 22.4% จีน 13.2% ญี่ปุ่น 1.9% สหภาพยุโรป (27) 13.8 % อาเซียน (5) 4.8% และ CLMV 5.2% ตลาดรอง ขยายตัว 10.3% ได้แก่ ตลาดเอเชียใต้ 111.5% แอฟริกา 13.9% ลาตินอเมริกา 21.6% และสหราชอาณาจักร 9.8% แต่หดตัวในทวีปออสเตรเลีย 26.9% ตะวันออกกลาง 2.1% และรัสเซียและกลุ่ม CIS 5.7% ตลาดอื่น ๆ ขยายตัว 472.8%
“การส่งออกสินค้าเกษตร ประเภทผลไม้ปีนี้ไม่น่าเป็นห่วง คาดว่าปริมาณส่งออกจะอยู่ที่ 7 แสนตัน มากกว่าปี 67 ซึ่งอยู่ที่ 5 แสนตัน แต่ที่น่าห่วง คือ ข้าว มันสำปะหลัง เพราะราคาแข่งขันยาก ผู้ส่งออกให้ข้อมูลว่าข้าวไทยตอนนี้ถือว่าราคาแพงสุดในโลก ส่วนสินค้าอุตสาหกรรม ห่วงเรื่องรถยนต์ ปีนี้ ออสเตรเลีย ตลาดอันดับ 1 ของไทย เริ่มมีมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมบังคับใช้ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา จึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด”