เนชั่นทีวี

Business thai

ส่งออก ม.ค. โต 13.6% บวกต่อเนื่องเดือนที่ 7 คาดทั้งปีตามเป้า 2-3%

26 ก.พ. 2568 | tananya_nak

ส่งออก ม.ค. โต 13.6% บวกต่อเนื่องเดือนที่ 7 คาดทั้งปีตามเป้า 2-3%

ส่งออกไทย ม.ค. 68 มูลค่า 25,277 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 13.6% โตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 แรงหนุนจากเศรษฐกิจคู่ค้าเติบโต เงินเฟ้อปรับตัวลง คาดทั้งปีเติบโตได้ 2-3% ตามเป้าหมาย

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การส่งออกของไทยเดือน ม.ค. 2568 มีมูลค่า 25,277.0 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 13.6% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ 11.4% ส่วนการนำเข้า มีมูลค่า 938,112 ล้านบาท ขยายตัว 6.3% ดุลการค้า ขาดดุล 75,746 ล้านบาท 

การส่งออกเดือนม.ค.ที่ขยายตัวได้รับแรงหนุนจากเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าที่เติบโตต่อเนื่อง อัตราเงินเฟ้อที่ปรับตัวกลับสู่กรอบเป้าหมาย และการขยายตัวของกิจกรรมภาคการผลิต สอดคล้องการคาดการณ์ของ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่ประเมินว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 3.3% สะท้อนความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นทั้งภาคการผลิต ผู้บริโภค และการส่งออกไปยังประเทศคู่ค้าสำคัญอย่างสหรัฐ และจีนขยายตัวระดับสูง ส่งผลดีต่อการส่งออกสินค้าทุนและวัตถุดิบของไทย

สำหรับการส่งออกเดือน ม.ค. ที่ขยายตัวจากการส่งออกสินค้าเกษตร และอุตสาหกรรมเกษตรขยายตัว 0.1% ต่อเนื่อง 7 เดือน สินค้าอุตสาหกรรมเกษตร ขยายตัว 3.0% สินค้าเกษตร 2.2% มีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ ยางพารา ขยายตัว 45.5% ไก่สด แช่เย็น แช่แข็ง และแปรรูป ขยายตัว 12.3% อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ขยายตัว 11.8 % อาหารสัตว์เลี้ยง ขยายตัว 13.0% ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลี อาหารสำเร็จรูปอื่นๆ ขยายตัว 19.5% ผลไม้กระป๋องและแปรรูป ขยายตัว 13.4% 
 

ส่งออก ม.ค. โต 13.6% บวกต่อเนื่องเดือนที่ 7 คาดทั้งปีตามเป้า 2-3% ส่งออก ม.ค. โต 13.6% บวกต่อเนื่องเดือนที่ 7 คาดทั้งปีตามเป้า 2-3% ส่งออก ม.ค. โต 13.6% บวกต่อเนื่องเดือนที่ 7 คาดทั้งปีตามเป้า 2-3% ส่งออก ม.ค. โต 13.6% บวกต่อเนื่องเดือนที่ 7 คาดทั้งปีตามเป้า 2-3%

ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ ข้าว หดตัว 32.4% ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง หดตัว 11.0% ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง หดตัว 7.9% เครื่องดื่ม หดตัว 16.0 % ผักกระป๋อง และแปรรูป หดตัว 13.3% 

ส่วนการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัว 17.0% โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ ขยายตัว 45.0% อัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) ขยายตัว 148.8% ผลิตภัณฑ์ยาง ขยายตัว 19.9% เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ขยายตัว 28.1% เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ขยายตัว 33.2% 

ส่งออก ม.ค. โต 13.6% บวกต่อเนื่องเดือนที่ 7 คาดทั้งปีตามเป้า 2-3%

สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ หดตัว 16.5% เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ หดตัว 18.6% เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ หดตัว 16.8% เครื่องสำอาง สบู่และผลิตภัณฑ์รักษาผิว หดตัว18.3% อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์และไดโอด หดตัว 38.2% 

อย่างไรก็ตาม การส่งออกไปตลาดสำคัญส่วนใหญ่ขยายตัว รับการฟื้นตัวภาคการผลิตโลก และความต้องการนำเข้าที่เร่งตัวขึ้น ท่ามกลางความกังวลนโยบายกีดกันการค้า ตลาดหลักที่ขยายตัว 11.2% ได้แก่ สหรัฐ 22.4% จีน 13.2% ญี่ปุ่น 1.9% สหภาพยุโรป (27) 13.8 % อาเซียน (5) 4.8% และ CLMV 5.2% ตลาดรอง ขยายตัว 10.3% ได้แก่ ตลาดเอเชียใต้ 111.5% แอฟริกา 13.9% ลาตินอเมริกา 21.6% และสหราชอาณาจักร 9.8% แต่หดตัวในทวีปออสเตรเลีย 26.9% ตะวันออกกลาง 2.1% และรัสเซียและกลุ่ม CIS 5.7% ตลาดอื่น ๆ ขยายตัว 472.8%

“การส่งออกสินค้าเกษตร ประเภทผลไม้ปีนี้ไม่น่าเป็นห่วง คาดว่าปริมาณส่งออกจะอยู่ที่ 7 แสนตัน มากกว่าปี 67 ซึ่งอยู่ที่ 5 แสนตัน แต่ที่น่าห่วง คือ ข้าว มันสำปะหลัง เพราะราคาแข่งขันยาก ผู้ส่งออกให้ข้อมูลว่าข้าวไทยตอนนี้ถือว่าราคาแพงสุดในโลก ส่วนสินค้าอุตสาหกรรม ห่วงเรื่องรถยนต์ ปีนี้ ออสเตรเลีย ตลาดอันดับ 1 ของไทย เริ่มมีมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมบังคับใช้ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา จึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด” 
 

ส่งออก ม.ค. โต 13.6% บวกต่อเนื่องเดือนที่ 7 คาดทั้งปีตามเป้า 2-3%

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า การส่งออกของไทยไตรมาส 1 ยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง มีโอกาสเติบโตได้ 2 หลัก หากสามารถรักษามูลค่าส่งออกเฉลี่ยต่อเดือนไว้ที่ระดับ 25,000-26,000 ล้านดอลลาร์ จะทำให้ภาพรวมส่งออกไทยปีนี้ เติบโตได้ 2-3% ตามเป้าหมายที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งไว้ 

ทั้งนี้ มีปัจจัยสนับสนุนหลายประการ ได้แก่ แนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะโตตามการขยายตัวของภาคการผลิต สถานการณ์ความขัดแย้งในยูเครนและตะวันออกกลางที่เริ่มคลี่คลาย ดัชนีราคาอาหารโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น สะท้อนความต้องการสินค้าเกษตรและอาหารที่เพิ่มขึ้น โอกาสส่งออกไปสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการทดแทนสินค้านำเข้าจากจีน

ส่งออก ม.ค. โต 13.6% บวกต่อเนื่องเดือนที่ 7 คาดทั้งปีตามเป้า 2-3% ส่งออก ม.ค. โต 13.6% บวกต่อเนื่องเดือนที่ 7 คาดทั้งปีตามเป้า 2-3%  

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยท้าทายที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด อาทิ สถานการณ์การค้าโลกที่ยังคงตึงเครียด ความเสี่ยงเกิดวิกฤติเงินเฟ้อรอบใหม่ในสหรัฐ ผลกระทบจากมาตรการจำกัดส่งออกน้ำมันของรัสเซียที่อาจส่งผลต่อราคาพลังงานและค่าระวางเรือ การปรับขึ้นภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ และการทะลักเข้ามาของสินค้าจีน 

นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ส่งออกเดือน ม.ค.ที่ขยายตัวได้ดี ระดับ 2 หลัก เป็นโมเมนตัมที่ต่อเนื่องมาจากปลายปี 67 จากความกังวลกับปัญหาสงครามการค้าทำให้มีการเร่งการส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ กันอย่างมากช่วงไตรมาส 1 นี้ เพื่อป้องกันความเสี่ยงอัตราภาษีนำเข้าที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ไปยังสหรัฐสามารถเติบโตได้ 22% คาดว่า เดือนก.พ.ส่งออกยังขยายตัวได้ และหากส่งออกได้เฉลี่ยเดือนละ 25,000 ล้านดอลลาร์ขึ้นไป เชื่อว่าไตรมาสแรกนี้ การส่งออกจะขยายตัวได้ราว 7-10%

ข่าวล่าสุด