นายพิชัย กล่าวว่า ได้มีการหารือกับ ธปท.และสถาบันการเงินเพิ่มเติม เรื่องการเพิ่มมาตรการแก้หนี้ครัวเรือน และการปรับโครงสร้างหนี้ ที่มีบางเรื่องที่สามารถปรับโครงสร้างได้อัตโนมัติ ซึ่งเร็วๆ นี้ จะมีมาตรการออกมาเพิ่มเติม ซึ่งเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้ถือว่าเป็นเป้าหมายในการทำงานที่สำคัญของรัฐบาล
“เรื่องของการแก้หนี้มีอยู่หลายล้านบัญชี ซึ่งขณะนี้ต้องดูว่าจะทำอะไรเพิ่มเติมได้ อาจเป็นการลดเลยได้หรือไม่ เพราะลูกหนี้ที่เป็นรายย่อยมากๆ ก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไร การปรับโครงสร้างหนี้ในส่วนนี้เป็นเรื่องวิธีการในการจะปรับแต่หลักการยังเหมือนเดิม” นายพิชัย กล่าว
นายพิชัย กล่าวถึงความคืบหน้าการออกมาตรการ เพื่อสนับสนุนตลาดทุนว่าในเดือน มี.ค.นี้ จะมีการออกกองทุนใหม่ที่จะให้มีการโยกกองทุนเพื่อการออมระยะยาว (LTF) มาอยู่ในกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG) ซึ่งตอนนี้ทุกฝ่ายกำลังเร่งทำงานและจะออกมาได้โดยเร็วซึ่งมีการพูดคุยกันในหลักการหมดแล้ว
สำหรับการหารือกับสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) นั้นได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว ซึ่งการรับฟังข้อมูลจาก FETCO ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะ FETCO มีสมาชิกอยู่จำนวนมากในวงการตลาดทุนทำให้มีข้อมูลที่จะคุยกันได้อย่างรอบด้าน
“เราก็มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล เพราะอยากรู้ว่ามาตรการที่เรามีการทำไปหลายเรื่อง มีผลการตอบรับอย่างไรซึ่งจะมีการปรับปรุงเพิ่มเติมอยู่เป็นระยะ” นายพิชัย กล่าว
เมื่อถามว่า ต้องมีมาตรการจูงใจอะไรเพิ่มขึ้นหรือไม่ นายพิชัยกล่าวว่าในเรื่องของตลาดหุ้นเราก็ทำไปหลายมาตรการแล้ว สุดท้ายแล้วก็จะกลับมาที่เรื่องของความเชื่อมั่น ซึ่งก็เกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจของประเทศเราด้วยว่าเป็นอย่างไร