ส่งออกปี 67 โต 5.4% ทะลุ 3 แสนล้านดอลลาร์ สูงสุดเป็นประวัติการณ์
25 ม.ค. 2568

ส่งออกปี 67 โต 5.4% ทะลุ 3 แสนล้านดอลลาร์ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ 'พาณิชย์' จับตานโยบายการค้าทรัมป์ คาดส่งออกปี 68 โตได้ 2-3%
Business thai
25 ม.ค. 2568

ส่งออกปี 67 โต 5.4% ทะลุ 3 แสนล้านดอลลาร์ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ 'พาณิชย์' จับตานโยบายการค้าทรัมป์ คาดส่งออกปี 68 โตได้ 2-3%
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่ากระทรวงพาณิชย์ ระบุ ปี 2567 ตัวเลขการส่งออกขยายตัวได้ดีทั้งในแง่ของปริมาณ และมูลค่าโดยมีมูลค่าการส่งออกสินค้าสูงถึง 300,000 ล้านดอลลาร์ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ คาดการณ์แนวโน้มการส่งออกปี 2568 จะขยายตัว 2-3% โดยขยายตัวต่อเนื่องจากปี 2567 ที่การส่งออกของไทยขยายตัว 5.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ทั้งนี้การขยายตัวของภาคการส่งออกในปี 2568 มีปัจจัยสนับสนุนจากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกคาดว่าจะเติบโตใกล้เคียงระดับปัจจุบัน แรงกดดันจากอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ นอกจากนั้นการย้ายฐานการผลิตมายังกลุ่มประเทศอาเซียน รวมถึงไทยมากขึ้น และการเร่งส่งเสริมการใช้ซอฟต์พาวเวอร์ของไทยเชื่อมโยงเข้ากับสินค้าส่งออกเพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้เป็นที่จดจำในระดับโลก
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยท้าทายจากความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าของสหรัฐ ซึ่งกระทบบรรยากาศการค้าโลก ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อยาวนาน รวมทั้งความผันผวนจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามสถานการณ์และวางแผนเตรียมความพร้อมร่วมกับภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การค้าไทยเติบโตอย่างยั่งยืน
สำหรับภาพรวมการส่งออกสินค้าไทยเดือน ธ.ค.2567 มีมูลค่า 24,765.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (853,305 ล้านบาท) ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 โดยการส่งออกเดือน ธ.ค.ขยายตัว 8.7% หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัว 10.4% โดยในภาพรวมการส่งออกของไทยทั้งปี 2567 ขยายตัวได้ 5.4%
นอกจากนี้ การส่งออกเดือน ธ.ค.2567 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกสินค้าทุนและวัตถุดิบของไทยในทุกหมวดและยังขยายตัวเกือบทุกตลาดส่งออกสำคัญ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของนโยบายทางการค้าโลกในระยะข้างหน้า โดยการส่งออกมูลค่าการค้าในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐ เดือน ธ.ค.2567 การส่งออก มีมูลค่า 24,765 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 8.7% เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 24,776 ล้านดอลลาร์ ขยายตัวร้อยละ 14.9 ดุลการค้าขาดดุล 10.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ทั้งนี้ ภาพรวมการส่งออกทั้งปี 2567 ทำมูลค่าการส่งออกสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยการส่งออกในรูปของสกุลเงินดอลลาร์ พุ่งทะยานสู่ระดับ 300,529 ล้านดอลลาร์ เป็นครั้งแรก ขยายตัว5.4%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน เช่นเดียวกับการส่งออกในรูปของเงินบาทก็มีมูลค่าสูงกว่า 10 ล้านล้านบาท เป็นครั้งแรกเช่นกัน ส่วนการนำเข้ามูลค่า 306,809 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 6.3% ดุลการค้าของปี 2567 ขาดดุล 6,280 ล้านดอลลาร์
สำหรับรายละเอียดการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรที่สำคัญได้ แก่
1.การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ขยายตัว 8.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเป็นการขยายตัวต่อเนื่อง 6 เดือน โดยสินค้าเกษตร ขยายตัว 10.7% และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร ขยายตัว 6.7% โดยมีสินค้าสำคัญ เช่น ยางพารา ขยายตัว 48.5% ขยายตัวต่อเนื่อง 14 เดือน (ขยายตัวในตลาดจีน ญี่ปุ่น สหรัฐฯ มาเลเซีย และเกาหลีใต้) ไก่สด แช่เย็น แช่แข็งและแปรรูป ขยายตัว 7.1% ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน โดยขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร จีน เนเธอร์แลนด์และฮ่องกง อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ขยายตัว 14.2% ขยายตัวต่อเนื่อง 6 เดือน โดยขยายตัวในตลาดสหรัฐ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และอียิปต์ ส่วนผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง ขยายตัว 4% ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน ขยายตัวในตลาดจีน อินโดนีเซีย เวียดนาม มาเลเซีย และเกาหลีใต้
ส่วนสินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น ข้าว หดตัว 8.5% หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน หดตัวในตลาดจีน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ อิรัก และเซเนกัล แต่ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ ฮ่องกง เยเมน แอฟริกาใต้ และโมซัมบิก และน้ำตาลทราย หดตัว 30% หดตัวต่อเนื่อง 12 เดือน (หดตัวในตลาดกัมพูชา ลาว ไต้หวัน สิงคโปร์ และจีน แต่ขยายตัวในตลาดอินโดนีเซีย มาเลเซีย เกาหลีใต้ เมียนมา และเฟรนช์โปลีนีเซีย)
2.การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัวเพิ่มได้ถึง 11.1% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีที่แล้ว ถือว่าขยายตัวต่อเนื่อง 9 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัว 43.5% ขยายตัวต่อเนื่อง 9 เดือน ขยายตัวในตลาดสหรัฐ จีน เยอรมนี สิงคโปร์ และไอร์แลนด์ ผลิตภัณฑ์ยาง ขยายตัว 22.5% ขยายตัวต่อเนื่อง 6 เดือน ขยายตัวในตลาดจีน สหรัฐ ญี่ปุ่น อินเดียและมาเลเซีย ส่วนอัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) ขยายตัว79.5% ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน ขยายตัวในตลาดอินเดีย สหรัฐ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ญี่ปุ่น และเวียดนาม
ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ หดตัว 7.2% กลับมาหดตัวหลังจากขยายตัวในเดือนก่อนหน้า โดยหดตัวในตลาดออสเตรเลีย มาเลเซีย ญี่ปุ่น ซาอุดีอาระเบีย และบราซิล แต่ขยายตัวในตลาดฟิลิปปินส์ สหรัฐ เม็กซิโก อินโดนีเซีย และเวียดนาม ส่วนน้ำมันสำเร็จรูป หดตัว 33.7% หดตัวต่อเนื่อง 4 เดือน หดตัวในตลาดลาว เวียดนาม เมียนมา สิงคโปร์ และมาเลเซีย แต่ขยายตัวในตลาดกัมพูชา จีน อินโดนีเซีย เขตต่อเนื่องราชอาณาจักร และอินเดีย ขณะที่เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบและส่วนประกอบ หดตัว 28.3% หดตัวต่อเนื่อง 9 เดือน หดตัวในตลาดอาร์เจนตินา สหรัฐฯ มาเลเซีย ไต้หวัน และจีน แต่ขยายตัวในตลาดอินโดนีเซีย แอฟริกาใต้ อินเดีย ญี่ปุ่น และฟิลิปปินส์
ข่าวล่าสุด