ด้านนายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน กล่าวเพิ่มเติมว่า การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 - 18 ตุลาคม 2567 ณ สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ มี 48 ประเทศ/รัฐ เข้าร่วมการประชุม โดยประเทศไทยได้ส่งผู้แทนจากหน่วยงานทั้งราชการและรัฐวิสาหกิจภายใต้สังกัดกระทรวงคมนาคม ประกอบด้วย สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม ทย. สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และสถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และองค์การด้านการบินระหว่างประเทศ เช่น องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) สมาคมผู้ประกอบการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) สภาสมาคมท่าอากาศยานระหว่างประเทศ (ACI) องค์การความปลอดภัยด้านการบินแห่งสหภาพยุโรป (EASA) และองค์การบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (FAA)
นายดนัย กล่าวอีกว่า ทย. จะเร่งดำเนินการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค ซึ่งปัจจุบันมีท่าอากาศยานที่อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ที่จะก่อสร้างในอนาคต ได้แก่ ท่าอากาศยานมุกดาหารและท่าอากาศยานบึงกาฬ อยู่ในขั้นตอนออกแบบและจัดทำ EIA ท่าอากาศยานสตูล อยู่ในขั้นตอนหาผู้รับจ้าง (ที่ปรึกษา) ในการออกแบบและจัดทำ EIA ท่าอากาศยานพะเยา อยู่ในขั้นตอนได้รับงบประมาณเพื่อออกแบบและจัดทำ EIA ในปี 2568 ส่วนท่าอากาศยานกาฬสินธุ์และท่าอากาศยานพัทลุง ดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างท่าอากาศยานแล้วเสร็จ
นอกจากนี้ การให้ความสำคัญกับประเด็นความหลากหลาย ทย. ได้สนับสนุนสิทธิและโอกาสเท่าเทียมทุกกลุ่ม การใช้ความหลากหลายของช่วงอายุมาเป็นประสบการณ์ในการทำงาน รวมถึงการที่ ทย. มีบุคลากรที่ปฏิบัติงานตามพื้นที่ต่าง ๆ ครอบคลุมทุกภูมิภาคในประเทศไทย ทำให้มีการเปิดรับมุมมอง ความเชื่อทางศาสนา และค่านิยมที่แตกต่าง เพื่อบูรณาการให้องค์กรมีความเข้มแข็ง ควบคู่ไปกับการนำผลการประชุมมาวางแผนพัฒนาท่าอากาศยาน และแนวทางการปฏิบัติต่าง ๆ พร้อมสำหรับการยกระดับท่าอากาศยานในสังกัดสู่การเป็นหน่วยงานที่ได้มาตรฐานสากล ภายใต้แนวคิด “การสร้างอนาคตการขนส่งทางอากาศ : ยั่งยืน ยืดหยุ่น และครอบคลุม” ต่อไป