ล่าสุดเปิดตัวไลน์อัพเครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่ในกลุ่ม WindFree™ แบบจัดเต็ม ทั้งเครื่องปรับอากาศซัมซุงแบบติดผนัง และแบบติดฝ้าเพดาน ตอกย้ำความเป็นผู้นำนวัตกรรมเครื่องปรับอากาศ WindFree แบรนด์แรกของโลก พร้อมขยายระยะเวลารับประกันอะไหล่สูงสุดถึง 5 ปี และประกันคอมเพรสเซอร์ 10 ปี
ส่วน "บริษัท บี.กริม แคเรียร์ (ประเทศไทย) จำกัด" ดึงนักแสดงสาว “ญาญ่า- อุรัสยา เสปอร์บันด์” และ “ต่อ- ธนภพ ลีรัตนขจร” มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ซึ่งถือเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบเทคโนโลยี มีสไตล์เป็นของตัวเอง เพื่อสื่อถึงภาพลักษณ์ของแคเรียร์ที่มีความทันสมัย โดดเด่น
โดยนโยบายปีนี้ให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทั้งคุ้มค่า ประหยัดพลังงาน ตลอดจนเพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าประเภทอินเวอร์เตอร์ และสินค้าที่ได้มาตรฐานฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 สามดาวอี ตั้งเป้ายอดขายปี 2566 โตขึ้น 15% จากการเปิดตัวสินค้าใหม่ โดยปี 65 ที่ผ่านมามียอดขาย 9,000 ล้านบาท
ล่าสุดได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น Copper ซีรีส์ 11 โดดเด่นในเรื่องของความประหยัด ทน คุ้ม มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ล่าสุด WiFi Inverter ซึ่งล้ำกว่าเดิม, รุ่น XInverter Plus ที่มากด้วยฟังก์ชันเพื่อตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ อาทิ สั่งงานด้วยเสียงผ่าน WiFi และควบคุมการทำงานผ่านมือถือแทนการใช้รีโมท
พร้อมปรับขนาด BTU เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับขนาดของบ้านที่แตกต่างกัน โดยมีให้เลือกมากถึง 9 ขนาด ตั้งแต่ 9,000 – 36,000 BTU และรุ่น Color Smart ซีรีส์ใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมคอลเลคชันพิเศษร่วมกับดิสนีย์ ด้วยลวดลายคาแรคเตอร์สุดน่ารัก เพื่อให้คุณเลือกแต่งบ้านได้ตามใจ อาทิ มิกกี้เมาส์ โฟรเซ่น ไอรอนแมน และธอร์
ปิดท้าย "บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา จำกัด" ดึงศิลปิน “นนท์-ธนนท์ จำเริญ” เป็นพรีเซ็นเตอร์ภาพยนต์โฆษณาคนล่าสุดของเครื่องปรับอากาศมิตซูบิชิ อีเล็คทริค มิสเตอร์สลิม เพื่อขยายฐานลูกค้าคนรุ่นใหม่ หนึ่งในกลยุทธ์ช่วยเพิ่มยอดขายโต 19%ในปีนี้ และตั้งงบประมาณการตลาดและสร้างแบรนด์กว่า 1,200 ล้านบาท
ล่าสุดเปิดตัว ผลิตภัณฑ์ใหม่ไฮไลท์ปีนี้ คือ เครื่องปรับอากาศมิตซูบิชิ อีเล็คทริค มิสเตอร์สลิม ระบบอินเวอร์เตอร์ รุ่นใหม่ล่าสุด Happy Inverter KX Series เน้นเทคโนโลยีช่วยลดฝุ่น กำจัดเชื้อไวรัส และช่วยประหยัดไฟ พร้อมจัดแคมเปญ รับส่วนลดค่าไฟสูงสุด 2,000 บาท
ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนแรง วิกฤติฝุ่นที่รุมเร้า และภาวะเศรษฐกิจที่กำลังซื้อในประเทศเริ่มไต่ระดับกลับขึ้นมา ประเมินกันว่าในปี 66 นี้ ตลาดแอร์จะเติบโตขึ้นถึง 13% คิดเป็นมูลค่าตลาดรวมราว 23,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับระดับก่อนเกิดโควิด เมื่อปี 2562 ที่มีมูลค่าสูงถึง 25,000 ล้านบาท
ด้วยยอดขายทั้งปีประมาณ 1 ล้านตัว ทำให้ผู้ประกอบการเดินหน้ากลับเข้าสู่สมรภูมิตลาดอย่างเต็มตัว โดยมีนวัตกรรรมใหม่และการตลาดที่มีสีสัน เป็นจุดขายในการแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด
เมื่อมีตัวเลือกวางเรียงให้มากมายขนาดนี้ คงอยู่ที่ตัวผู้บริโภคเองว่าจะตัดสินใจอย่างไร เพียงแต่ถ้าจะให้ดี ควรเป็นการตัดสินใจที่ตรงกับความต้องการและงบประมาณของตัวเองมากที่สุด ไม่ไหลไปตามกระแสการโปรโมทสรรพคุณ ถึงขั้นกระทบเงินในกระเป๋ามากขึ้นเพื่อแลกกับคุณสมบัติบางอย่างที่เกินความจำเป็นในการใช้ของตัวเอง หรืออาจจะไปสนใจแต่ราคาโดยลืมคำนึงถึงเรื่องบริการหลังการขายหากมีปัญหาเกิดขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้การซื้อเครื่องปรับอากาศเพื่อหวังคลายร้อนตัว กลายเป็นสร้างความร้อนใจแทนก็เป็นได้...