ด้านเกรียงไกร เธียรนุกุล ระบุว่า 2 ปีที่ผ่านมาได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานในการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมไทยผ่านนโยบาย ONE FTI ที่หลอมรวมความร่วมมือจากกลุ่มอุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมจังหวัด สถาบันเฉพาะทางภายใน ส.อ.ท. หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานระหว่างประเทศ และสถาบันการศึกษา เพื่อช่วยกันวางรากฐานและกลไกความร่วมมือในการขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยอย่างยั่งยืน รวมทั้งให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือฟื้นฟูเอสเอ็มอี
โดยนโยบายในอีก 2 ปีข้างหน้า หากได้รับเลือกตั้งจะยังคงให้ความสำคัญและสานต่อนโยบาย ONE FTI อย่างเข้มข้น เพื่อต่อยอดการดำเนินงาน หลังจากที่ได้มีการวางรากฐานไปแล้วในวาระที่ผ่านมา
สำหรับขั้นตอนการเลือกตั้ง กรรมการประเภทเลือกตั้งมาจากผู้แทนสมาชิกสามัญในการประชุมสามัญประจำปีมีจำนวน 2 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมดหรือ 244 คน ส่วนกรรมการประเภทแต่งตั้ง มีจำนวน 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด หรือ 122 คน มาจาก 46 กลุ่มอุตสาหกรรม และ 76 สภาอุตสาหกรรมจังหวัด
ดังนั้น เมื่อนำกรรมการประเภทเลือกตั้ง จำนวน 244 คนมารวมกับกรรมการประเภทแต่งตั้ง จำนวน 122 คน จะมีผู้ที่มีสิทธิ์ลงมติเลือกประธาน ส.อ.ท. จำนวน 366 คน
ซึ่งการประชุมใหญ่ในวันนี้จึงเป็นที่จับตามองถึงผลการเลือกตั้งกรรมการ ส.อ.ท.ที่จะมาทำหน้าที่ในการเลือกตั้งประธาน ส.อ.ท. ซึ่งจะมีกำหนดลงคะแนนเลือกตั้งประธานส.อ.ท. ในวันที่ 23 เม.ย.นี้