เนชั่นทีวี

Business thai

แข่งเดือด ! ประธานส.อ.ท. คนที่ 17 "สมโภชน์" ประกาศชิงเก้าอี้

28 ก.พ. 2567 | sukanya_san

แข่งเดือด ! ประธานส.อ.ท. คนที่ 17  "สมโภชน์" ประกาศชิงเก้าอี้

“สมโภชน์” สู้ศึกประกาศชิงเก้าอี้ ประธาน ส.อ.ท. คนที่ 17 พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ชู 4 แผนงานหลัก  ย้ำประเทศรอไม่ได้ เครื่องยนต์แต่ละคลัสเตอร์ไม่แข็งแรง เน้นทำงานเชิงลึก-เสียสละ-คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม

นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA ในฐานะเป็นสมาชิกและรองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า   พร้อมลงสมัครประธาน ส.อ.ท. คนที่ 17  (ปี 2567-2569) ถือเป็นอุดมการณ์ที่ต้องการรับใช้ชาติในฐานะภาคเอกชน โดยจะนำความรู้ ความสามารถและประสบการณ์การทำงานมาช่วยประเทศชาติในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ อนาคตจะเห็นส.อ.ท. ทำงานเชิงรุกด้วยยุทธศาสตร์ 4 ประการคือ 1. การขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจของประเทศให้สอดประสานระหว่างภาครัฐกับเอกชน 2.สร้างพลังและเพิ่มขีดความสามารถของสมาชิกสภาอุตสาหกรรมทั่วประเทศ

3.ประสานภาครัฐให้ช่วยส่งเสริมสนับสนุนเอสเอ็มอี ผู้ประกอบการรายย่อย-รายใหม่ในการผลิตสินค้าที่มีมูลค่า และ 4.นำเอาความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ที่มีมาบูรณาการในเชิงรุกและเชิงรับทุกมิติ

 

"อยากสร้างประโยชน์ให้สังคมและประเทศชาติ ซึ่งตนเคยเป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจนกระทั่งปัจจุบันทำหน้าที่บริหารธุรกิจในกลุ่มพลังงานบริสุทธิ์ ต้องการนำเสนอไอเดียที่มีเพื่อให้เกิด Impact มากกว่าที่ทำอยู่ในปัจจุบัน เพราะเชื่อว่า ส.อ.ท.คือแกนหลักของประเทศ มีส่วนสำคัญต่อการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจให้เติบโตขึ้น"

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ปัจจุบันอุตสาหกรรมไม่ควรอยู่ในสภาพตั้งรับควรอยู่ในเชิงรุก เนื่องจากโลกทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงเร็วมาก แต่ละอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบแตกต่างกันออกไป มีทั้งที่ต้องการรับการส่งเสริมสนับสนุนหรือเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหา

รวมถึงทำหน้าที่เป็นตัวแทนเชื่อมกับภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรมให้บรรลุผลสำเร็จและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์กับผู้ประกอบการแล้วยังตอบสนองภาครัฐให้บรรลุตามแผนยุทธศาสตร์ที่ตั้งไว้

ขณะนี้ บางอุตสาหกรรมเดิมแข่งขันไม่ได้ มีบางอุตสาห กรรมที่เป็นดาวรุ่ง ตนจึงจะเป็นสะพานเชื่อมหลายอุตสาห กรรมมารวมกันใครเดือดร้อนต้องช่วยกัน เพื่อให้เป็นรูปธรรม เพิ่มขีดความสามารถอุตสาหกรรมกับประเทศ สร้างมูลค่นเพิ่มในอุตสาหกรรม คนไหนเดือดร้อนก็ช่วย คนไหนแข็งแรงก็ทำให้ดีขึ้นเพื่อให้ฝนตกทั่วฟ้า จึงต้องการเดินไปข้างหน้าด้วยนโยบายและมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจน พร้อมผสานความเป็นปึกแผ่นเพื่อมองไปข้างหน้าด้วยกัน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

"พร้อมรับใช้ทุกคนและไม่เป็นนายใคร ทุกคนในส.อ.ท.ล้วนเป็นผู้บริหาร เป็นเจ้าของกิจการมีตำแหน่งไม่น้อยกว่ากัน จึงต้องมาร่วมทำงาน ร่วมแก้ปัญหาโปร่งใสไม่มีฝักมีฝ่าย"

อย่างไรก็ตาม  หากวันนี้ไม่เสนอตัวเป็นประธาน ก็จะไม่มีโอกาสเสนอไอเดียให้สาธารณชน สมาชิกทราบ ถือเป็นเวทีให้ผู้สมัครแสดงไอเดีย เป็นเวลาที่ดี อยากเห็นส.อ.ท. ช่วยรัฐบาล ประเทศชาติสร้างเศรษฐกิจเติบโตยั่งยืนพ้นกับดักรายได้ปานกลาง ซึ่งประเทศไทยยังมีปัญหาเชิงโครงสร้างที่ทำให้ไม่สามารถแข่งขันได้เต็มที่ในเวทีระดับโลก

"ทุกคนเห็นอยู่แล้วระดับรัฐบาลที่เถียงว่าวิกฤติหรือไม่วิกฤติ รากหญ้าหนี้เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ เครื่องยนต์แต่ละคลัสเตอร์ไม่แข็งแรง ถ้าเราไม่ทำให้แข็งแรงจะแก้ไม่ได้ รัฐบาลมีนโยบาย เช่น ซอฟต์พาวเวอร์ และอุตสาหกรรมเป้าหมาย เราก็จะทำเป็นนโยบายผลักดันร่วมกันกับสมาชิกที่มีโรงงานกว่า 1 หมื่นโรงาน ให้เครื่องจักรทันสมัยแข็งแรง"

ทั้งนี้การจะประสบความสำเร็จต้องทำงานเชิงลึกและหนักแน่น ต้องใช้คนที่มีประสบการณ์ เสียสละ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม ดังนั้น ถือเป็นจังหวะถ้าไม่ทำตอนนี้ อีก 2 ปี มาทำก็ไม่ได้

ซึ่งต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมานโยบายเสนอไปอาจจะไม่มีการดำเนินการ เช่น การลดค่าไฟฟ้า ยอมรับว่าราคาพลังงานเป็นต้นทุนของอุตสาหกรรมต้องแก้ปัญหาระยะสั้น กลาง และยาว ซึ่งบางบริษัทอาจได้ประโยชน์และบางบริษัทอาจเสียประโยชน์ จึงต้องสร้างความสมดุลเพื่อให้ประเทศเดินหน้าได้

สำหรับประเด็นเรื่องที่อาจจะมีคนมองว่าจะเกิดความขัดแย้งของการลงสมัครเลือกตั้ง ยืนยันว่าไม่ได้มาสร้างความขัดแย้ง ตนใช้โอกาสนี้เสนอความคิดเห็นให้สร้างสรรค์ เพราะประเทศวันนี้รอไม่ได้ ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าเศรษฐกิจไม่ดี  คนเป็นมะเร็งขั้นที่ 1อาจแก้ได้ แต่ถ้าขั้น 4 อาจแก้ไม่ทัน

ทั้งนี้ยืนยันไม่ทำให้ใครแตกแยกทุกคนเป็นพี่น้องหมด ต้องซัพพอร์ทสมาชิกทุกคนทั้งที่เลือกและไม่เลือก ยังเคารพนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธาน ส.อ.ท. เหมือนเดิม ถ้ามีเจตนาให้ส.อ.ท.เดินไปข้างหน้าต้องเปิดใจ

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ส.อ.ท.เกิดจากการรวมตัวของอุตสาหกรรมต่าง ๆ แต่จะมีกลุ่มหลายอุตสาหกรรมทุกคนจะดูแลในอุตสาหกรรมของตนเองเป็นหลัก เหมือนการเล่นดนตรีที่มีเครื่องเล่นหลายตัว แม้จะเล่นเป็นเพลงได้อาจจะไม่ไพเราะ หากมีคนคุมวงที่ดีก็จะไพเราะยิ่งขึ้น เพราะเป็นการลงมือทำจากอินเนอร์พร้อมจิตอาสาใจเป็นกลาง เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม ถ้าทำได้ ส.อ.ท.จะเป็นหนึ่ง ดังนั้น หลังจากนี้ก่อนเลือกตั้ง 25 ม.ค. 2567 นี้ จะลงพื้นที่เสนอไอเดียให้สมาชิก เพื่อให้รู้ว่าตนพร้อมที่จพทำงานเชิงลุก โปรงใส และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

"สิ่งแรกที่อยากทำคือคุยกับทุกคนและจัดลำดับความสำคัญของปัญหาว่าจะทำเรื่ออไหนก่อนที่จะเดินไปคุยกับรัฐบาล ถ้าเปิดใจ โดยจะเซ็ตซีโร่เรื่องความสัมพันธ์สมาชิก และพร้อมให้สมาชิกตรวจสอบในทุกด้าน"

นายสมโภชน์ กล่าวว่า จะมีการนำเสนอแผนยุทธศาสตร์ในอนาคตต่อภาครัฐ อุตสาหกรรมแต่ละประเภทจะต้องเตรียมแผนทรานส์ฟอร์มธุรกิจเพื่อรองรับการแข่งขันในเวทีโลกทุกมิติ อาทิ การปรับปรุงกฎหมายหรือกฎระเบียบเพื่อให้ทันกติการะดับสากล ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน (BCG & ESG) และการมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ซึ่งเป็นเทรนด์ของโลกในปัจจุบัน

“ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา ผมในฐานะสมาชิกและเป็นรองประธาน ส.อ.ท. ทำงานด้วยจิตอาสาโดยไม่ได้หวังผลตอบแทนหรือรับประโยชน์ใดๆ ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ผมอยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น จึงขอเสนอตัวเข้ารับการคัดเลือกเป็นประธาน ส.อ.ท. เพื่อช่วยผลักดันให้อุตสาหกรรมและเศรษฐกิจไทยเติบโต อีกทั้งสามารถยืนอยู่บนเวทีโลกได้อย่างแข็งแกร่ง"

นอกจากนี้ คนอื่นๆ ที่มีวิสัยทัศน์และความสามารถก็สมัครตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมได้ เพื่อนำเสนอสิ่งดีๆให้แก่ภาพรวมของอุตสาหกรรม และผู้ที่ได้รับเลือกเป็นประธานฯ ควรที่จะนำข้อเสนอไปขับเคลื่อนต่อให้เป็นรูปธรรม ที่สำคัญต้องสร้างความโปร่งใสในการทำงาน เป็นเวทีกลางที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน และกระจายอำนาจให้แต่ละกลุ่มมาช่วยกันทำงาน

ภาคธุรกิจถือว่ามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ  และสนองต่อนโยบายของรัฐบาล  ผ่านคณะกรรมการชุดต่างๆ เช่น คณะกรรมการร่วมภาครัฐและภาคเอกชน (กรอ.) คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) เป็นต้น

โดยการเลือกตั้งกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) วาระปี 2567-2569  จะมีขึ้นในวันที่ 25 มี.ค.2567 โดยกรรมการ ส.อ.ท.จะมีสิทธิลงคะแนนเลือกประธาน  ส.อ.ท.วาระปี 2567-2569 โดยกรรมการ ส.อ.ท.ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ 

1.กรรมการที่มาจากการเลือกตั้ง 

2.กรรมการแต่งตั้งจากกลุ่มอุตสาหกรรม 46 กลุ่ม 

3.กรรมการแต่งตั้งจากสภาอุตสาหกรรมจังหวัด 76 จังหวัด

ปัจจุบัน “นายเกรียงไกร เธียรนุกูล” เป็นประธาน ส.อ.ท.วาระ 2565-2567 ดำรงตำแหน่งในสมัยที่ 1 โดยในภาวะปกติมีธรรมเนียมให้ประธาน ส.อ.ท.ได้ดำรงตำแหน่ง 2 วาระ รวม 4 ปี  โดยการเลือกตั้งครั้งนี้นายเกรียงไกร ยังคงเสนอตัวเป็นประธาน ส.อ.ท.อีก 1 สมัย ส่วนใครจะได้รับการเลือกตั้งคงต้องรอดูผลอีกทีในวันที่ 25 มี.ค.นี้ 

ข่าวล่าสุด