ทั้งนี้ ประเทศไทยถูกล็อกไว้ด้วย 1.กฎระเบียบโบราณ 2.การศึกษาจำท่อง และ 3.การทดลองโดยไม่เรียนรู้ ซึ่งหากประเทศไทยปลดล็อกเรื่องเหล่านี้ได้มีอนาคตแน่นอน เนื่องจากภาคเอกชนไทยมีความเข้มแข็ง บริษัทใหญ่มีความพร้อม สตาร์ทอัพ เอสเอ็มอีมีไดนามิค ขาดแต่กลไกสำคัญที่ล็อกธุรกิจ ประชาชนในการทำมาหากินไว้ก็คือภาครัฐที่มีกฎระเบียบโบราณที่มัดประเทศไทยไว้ เช่น กฎหมายคนเข้าเมืองที่ใช้มากว่า 45 ปี ที่คนต่างด้าวต้องรายงานตัวทุก 90 วัน เป็นอุปสรรคของนักลงทุนที่เข้ามาในประเทศ รวมถึงกฎหมายอื่น ๆ ที่ใช้มาไม่ต่ำกว่า 70 ปี และยังมีกฎหมายใหม่ที่ออกมาปีละ 2-3 หมื่นฉบับ ซึ่งบางเรื่องมีประโยชน์แต่มีจำนวนมากที่สร้างภาระให้ประชาชนทำให้การทำมาหากินยากขึ้นเพราะต้องขอใบอนุญาต
ดังนั้น วิธีการที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าไปได้ต้องกิโยตินกฎหมายต่าง ๆ โละกฎหมายที่เป็นอุปสรรคกับการทำธุรกิจ อย่างที่หลายประเทศเคยทำ เช่น เกาหลีใต้ ที่โละกฎหมายกว่าครึ่ง ตั้งแต่ประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ เกาหลีใต้ฟื้นตัวมาได้อย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับประเทศเวียดนาม ที่ทบทวนขั้นตอนราชการ 5,000 กระบวนงาน จนปัจจุบันกลับมาพร้อมดึงดูดการลงทุนและเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ การทดลองทำกิโยตินกฎหมายในประเทศไทยพบว่าประสบความสำเร็จในการทำให้ธุรกิจทำง่ายขึ้น ปี 2560 เคยมีอันดับความง่ายในการทำธุรกิจที่จัดอันดับโดยธนาคารโลกอยู่ที่อันดับ 26 ในปี 2563 ขยับดีขึ้นอยู่ที่อันดับ 21 เพราะการลดกฎระเบียบต่าง ๆ ที่เป็นปัญหา