“ เรื่องมรดกโลกต้องมองใน 2 มิติ คือการรักษาไว้ซึ่งความภูมิใจของประเทศชาติ และต้องการให้เกิดการท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่อให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้าถึงมรดกโลกเหมือนกับเรา เพราะฉะนั้นเส้นทางคมนาคม คือ หัวใจสำคัญในการลำเลียงนักท่องเที่ยวเข้ามาสู่เมือง เพื่อให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย และกระตุ้นให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP)”
ส่วนขั้นตอนการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบด้านทรัพย์สินทางวัฒนธรรม (HIA) เพื่อลดข้อกังวลใจของ UNESCO นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลเพื่อชี้แจง และยังไม่มีข้อกังวลใจในเรื่องนี้ พร้อมยืนยันว่าการดำเนินโครงการจะไม่มีการเวนคืนที่ดินแม้ตารางนิ้วเดียว เพราะใช้พื้นที่เดิมในการก่อสร้าง
การลงพื้นที่ในวันนี้ ได้มีตัวแทนภาคเอกชน ภาคการท่องเที่ยว พ่อค้า แม่ค้า และประชาชน มาต้อนรับ และให้กำลังใจ พร้อมยื่นข้อเสนอให้กระทรวงคมนาคม เร่งเดินหน้าโครงการโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย - จีน สถานีอยุธยา ตามแผนงานเดิม โดยส่วนใหญ่มองว่าจะเป็นประโยชน์กับพื้นที่ในทุกมิติ
ขณะที่ตัวแทนภาคประชาชน ระบุว่า ต้องการเห็นการเดินทางที่สะดวกกับทั้งคนไทย และชาวต่างชาติ และมองว่าการขุดทางรถไฟความเร็วสูงลงใต้ดินทำได้ยาก และเสียเวลาในการก่อสร้างเพิ่มขึ้น และเสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วม รวมถึงผลกระทบกับโบราณสถาน หรือวัตถุโบราณที่ยังไม่ขุดพบ พร้อมยืนยันว่าประชาชนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มั่นใจว่าโครงการนี้มีการศึกษามาแล้วว่าไม่กระทบกับมรดกโลก จึงอยากให้เดินหน้า เพราะอยากเห็นความเจริญ อยากเห็นรถไฟความเร็วสูงแล่นผ่าน เพื่อทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น