เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ ระบุ การตั้งรัฐบาลล่าช้าไม่กระทบความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติ เนื่องจากกลุ่มนักลงทุนที่ย้ายฐานหรือขยายฐานการผลิตจะเป็นกลุ่มนักลงทุนระยะยาวที่มีแผนสร้างโรงงานในไทย โดยจะให้ความสำคัญกับปัจจัยเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐานและคน ซึ่งเป็นปัจจัยที่นักลงทุนให้ความสำคัญ ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงของรัฐบาลไม่ได้กระทบต่อนโยบายการลงทุนของบีโอไอและทำให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เอื้อกับนักลงทุนต้องเปลี่ยนแปลง จึงมั่นใจว่าในช่วง 2-3 ปีนี้จะเป็นปีทองที่จะเห็นคลื่นการลงทุนขนาดใหญ่ที่ไหลเข้ามาไทย
ทั้งนี้ สิ่งที่รัฐบาลใหม่ควรจะต้องโฟกัสเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย ได้แก่ การพัฒนาทักษะแรงงานต้องทั้งสร้างเองและเปิดประตูให้กว้างเพื่อต้อนรับคนเก่งด้านการเจรจาการค้าเปิดตลาดไทยให้กว้างที่สุด การเตรียมพลังงานสะอาดสำหรับภาคอุตสาหกรรม เพิ่มความง่ายในการลงทุน และเร่งผลักดันโครงสร้างพื้นฐานในอีอีซีให้เดินหน้าต่อ รวมทั้งกระจายลงทุนไปทั่วประเทศ
สำหรับนโยบายการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า 3.5 ยังอยู่ระหว่างรอเสนอคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ยืนยันว่า บอร์ดอีวี ชุดเดิมได้อนุมัติหลักการไว้แล้วและเชื่อว่ารัฐบาลใหม่จะสานต่อนโยบายนี้ ซึ่งขณะนี้มีค่ายรถอีวีรายใหญ่จากจีน 2 รายที่เตรียมจะตั้งฐานการผลิตรถอีวีในไทยช่วงครึ่งปีหลังนี้ และคาดว่ายอดขอส่งเสริมการลงทุนทั้งปีจะเป็นไปตามเป้าหมายที่ 6 แสนล้านบาท