“นายวนรัชต์ ในฐานะผู้เสียหายเป็นผู้กล่าวโทษ ดำเนินคดีต่อ นายชนินทร์ และลูกน้อง ทำให้เกิดข้อกังขาว่า ในเมื่อนายวนรัชต์เป็นผู้ได้รับผลประโยชน์ จากการตกแต่งปลอมแปลงบัญชี ด้วยการขายหุ้นล็อตใหญ่มูลค่านับหมื่นล้านบาท ทำไมเขาจึงเป็นเพียงผู้เสียหาย ไม่ตกเป็นผู้ต้องสงสัย เจ้าหน้าที่ในกรมDSIกล่าวว่า เนื่องจากยังไม่มีใครมาร้องทุกข์ดำเนินคดีต่อนายวนรัชต์ เรื่องนี้อดีตCFOของSTARKไปให้ข้อมูลหลักฐานกับสำนักงานก.ล.ต.หมดแล้วตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน หลักฐานชัดเจนเส้นทางการเงินว่าออกจากบัญชีไหน ไปเข้าบัญชีใคร แต่เวลาล่วงเลยมาถึงขั้นนี้ก.ล.ต.ยังไม่มาแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดี ซึ่งหากก.ล.ต.ไม่ทำ ทางผู้เสียหายคือผู้ถือหุ้นรายย่อยจะมาร้องทุกข์กล่าวโทษเองก็ได้"
อย่างไรก็ดีเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องยืนยันว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ( ก.ล.ต.) มีอำนาจที่จะระงับความเสียหายได้หลายอย่าง ทั้งการอายัดทรัพย์สิน การห้ามเคลื่อนย้ายถ่ายเทหลักฐาน ประสานงานห้ามผู้ต้องสงสัยเดินทางออกนอกราชอาณาจักร แต่ปล่อยเวลาล่วงเลยมาถึงบัดนี้
นอกจากนี้รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังควรแสดงบทบาทครั้งสุดท้ายก่อนหมดอำนาจหน้าที่ด้วยการมีคำสั่งพิเศษขีดเส้นต่อก.ล.ต.ภายใน3วัน7วันให้เร่งดำเนินคดีต่อผู้ต้องสงสัยในคดีนี้ ประสานงานอายัดทรัพย์สินต่างๆ ตามเงินมาคืนผู้เสียหายจะสามารถกอบกู้ความเชื่อมั่นคืนตลาดทุนได้