นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองอธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) กล่าวว่า ทล. ได้ตั้งคณะทำงาน 2 ชุด โดยชุดแรกจะดูเรื่องบุคลากร หรือผู้กระทำผิด หลังจากนี้จะเชิญสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยมาให้ข้อมูลรายชื่อข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ที่กระทำผิด เพื่อนำมาตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป ส่วนคณะทำงานชุดที่สองจะดูเรื่องของด่านชั่งน้ำหนัก เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น
โดยจะขอข้อมูลระบบจีพีเอรถบรรทุกของ ขบ. เพื่อให้เกิดการบูรณาการร่วมกัน เบื้องต้นอยู่ระหว่างจัดทำร่างการลงนามบันทึกข้อตกลกร่วมกัน (MOU) กับ ขบ. เพื่อให้ได้ข้อมูลรถบรรทุกแบบออนไลน์มากขึ้น ป้องกันการทุจริตทั้งการบรรทุกน้ำหนักเกินกว่ากฎหมายกำหนด และรถบรรทุกฝ่าด่านตรวจ
ทั้งนี้เร่งดำเนินแผนจัดหากล้องติดตัวเจ้าหน้าที่มาใช้ เช่น กำหนดเรื่องคุณสมบัติกล้อง จำนวนกล้อง และงบประมาณ เบื้องต้นคาดว่าจะนำมาใช้ในด่านชั่งน้ำหนัก 97 แห่งทั่วประเทศ ด่านละ 14 ตัว และจะใช้งบเหลือจ่ายดำเนินการ สำหรับกล้องติดตัวนั้นจะช่วยเสริมการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและโอกาสของเจ้าหน้าที่ในการทำทุจริต
เนื่องจากเดิมการลงพื้นที่ตรวจสอบน้ำหนักเจ้าหน้าที่จะใช้วิธีถ่ายคลิปวีดีในการทำงานไว้ หากมีข้อท้วงติงจะนำใช้ดำเนินการได้ แต่การทำงานไม่ได้เป็นแบบเรียลไทม์ และบางครั้งอุปกรณ์ดังกล่าวไม่รองรับการทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ในแต่ละปีจะมีงบประมาณจากการจับกุมรถบรรทุกน้ำหนักเกินประมาณ 10 ล้านบาท แบ่งเป็น นำเงินเข้าหลวง 2 ล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็น 20% งบดำเนินการจับกุม 2 ล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็น 20% และเป็นของเจ้าหน้าที่ 6 ล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็น 60%