นายธนวรรธน์ พลวิชัย กรรมการและโฆษกคณะกรรมการสลากฯ กล่าวว่า การออกผลิตภัณฑ์สลากฯ รูปแบบใหม่ครั้งนี้ ตามแผนสำนักงานสลากฯ จะเพิ่มสลากดิจิทัลเป็น 18 ล้านใบ หาก ครม.อนุมัติ L6 จำนวน 20 ล้านใบภายในสิ้นปี 2566 จะทำให้เกิดความสมดุลกันระหว่างสลากใบและสลากดิจิทัล
ส่วน โดยสลาก L6 สารถที่จะดำเนินการได้เลย ผ่านการจำหน่ายสลากดิจิทัล ส่วนสลากแบบ N3 นั้น หากผ่านการเห็นชอบจาก ครม. คาดว่าจะใช้เวลาเตรียมการประมาณ 6 เดือนจึงจะเริ่มขายได้ โดยการออกสลาก N3 ต้องพิจารณาในเรื่อง ระบบการขาย เช่น การขายผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง หรือมีอีกระบบซึ่งมีอุปกรณ์เหมือนมือถือเดินขายหรือตั้งขาย และการเปิดลงทะเบียนใหม่คัดเลือกตัวแทน ซึ่งจะพิจารณาแนวทางอีกครั้งว่าจะเป็นอย่างไร
ส่วนการกำหนดเงินรางวัล คือ จะนำเงิน 60% ของยอดการจำหน่ายสลากรวมในแต่ละงวด มากำหนดสัดส่วนในการจัดสรรเงินรางวัลคือ รางวัลสามตรง 30% รางวัลสามสลับหลัก 30% รางวัลสองตรง 39% และรางวัลพิเศษ 1%