ขณะที่นางสาวณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่า การประชุมกนง.ครั้งนี้คาดว่าปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% จาก 1.25% มาอยู่ที่ 1.5% เนื่องจากแรงกดดันเงินเฟ้อยังสูง แม้ว่าเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้นจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทย โดยเฉพาะจีนหลังผ่อนคลายมาตรการเดินทางจะส่งผลให้กนง.ทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยได้
แต่ในภาพรวมหลังจีนเปิดประเทศไทยได้รับผลบวก คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ตั้งไว้ 1 ล้านคน เป็น 4.65 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นกว่า 3 ล้านคน ซึ่งจะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักในปีนี้ โดยเพิ่งปรับประมาณการณ์จีดีพีจาก 3.2% เป็น 3.7% หลัก ๆ มาจากจีนเปิดประเทศ
สำหรับภาวะเศรษฐกิจถดถอยจะทำให้ส่งออกถดถอยมากน้อยแค่ไหน ก่อนจีนเปิดประเทศคาดส่งออกติดลบ 1.5% โดยคำสั่งซื้อจากสหรัฐฯ และยุโรปจะลดลง ขณะที่ราคาพลังงานต่างประเทศเริ่มย่อลง และฐานปีที่ผ่านมาสูง อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าหากเศรษฐกิจจีนฟื้นกลับมาความต้องการนำเข้าสินค้าอาหารจะเพิ่ม และส่งออกปีนี้จะติดลบน้อยลง 0.5%
ทั้งนี้ประเมินทิศทางดอกเบี้ยทั้งปีไทยจะปรับขึ้น 2 ครั้ง ๆ ละ 0.25% หรือมาอยู่ที่ระดับ 1.75% และการใช้นโยบายดอกเบี้ยผ่อนคลายอาจยังไม่จำเป็น โดยการทำนโยบายการเงินเพื่อให้มีช่องเผื่อเหลือเผื่อขาดถ้าเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินก็สามารถปรับลดได้ เพื่อมีเครื่องมือในการกระตุ้นเศรษฐกิจได้
เทรนด์ดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ย่อมส่งผลให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และภาคธุรกิจปรับตัวขึ้นตามอย่างยากที่จะหลีกเลี่ยง แนวทางที่จะอยู่รอดให้ได้ในยุคดอกเบี้ยขาขึ้น คงต้องยึดเรื่องของวินัยทางการเงิน ไม่ฟุ่มเฟือย ปรับลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ตลอดจนการหาช่องทางรีไฟแนนซ์ และการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อให้ต้นทุนทางการเงินอยู่ในระดับต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้
ซึ่งหากภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจรู้จักบริหารจัดการในเรื่องนี้ ภาระดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นก็คงยังอยู่ในวิสัยที่รับมือได้ และไม่ต้องกลายไปเป็นหนี้เสียอย่างที่หลายภาคส่วนกังวลกัน...
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ดอกเบี้ยเงินกู้แบงก์ใหญ่ปรับขึ้นเท่าไหร่ เช็กรายละเอียดที่นี่
- ออมสิน-ธอส.จ่อขยับขึ้น "ดอกเบี้ยเงินกู้" ก.พ.นี้