โดยประเด็นที่ ธปท. จะเข้าไปดูมากขึ้น อยู่ภายใต้แผนการแก้หนี้อย่างยั่งยืนของ ธปท. 3 ด้าน เช่น การปล่อยกู้อย่างรับผิดชอบ หรือ Responsible lending ที่ออกประกาศและมีผลบังคับใช้แล้วเพื่อให้การปล่อยสินเชื่อเกิดความเป็นธรรม และมีการพิจารณาถึงความสามารถของลูกหนี้มากขึ้น รวมไปถึงการทำโฆษณาของแบงก์ต่างๆ ว่าเกินจริงหรือไม่
นอกจากนี้ ธปท.จะเข้าไปดูถึงการแก้หนี้ของแบงก์และนอนแบงก์ว่ามีประสิทธิภาพหรือไม่ โดยกำหนดให้แบงก์เข้าไปปรับโครงสร้างหนี้ให้ลูกหนี้ก่อนที่จะเป็นหนี้เสีย อย่างน้อย 1 ครั้ง และต้องไม่โอนหนี้ก่อนครบ 60 วัน หลังเสนอปรับโครงสร้างหนี้ และเร่งช่วยเหลือลูกหนี้เรื้อรัง และกลุ่มเปราะบางให้สามารถปิดจบหนี้ได้เร็วขึ้น
ขณะเดียวกัน จะเข้าไปดูการคิดค่าธรรมเนียม (ค่าฟี) ในการให้บริการทางการเงินของสถาบันการเงิน นอนแบงก์ว่ามีความเป็นธรรมหรือไม่ โดยเฉพาะส่วนที่แบงก์ ห้ามเรียกเก็บดอกเบี้ย และค่าปรับ รวมถึงค่าบริการต่างๆหากลูกหนี้มีการปิดชำระหนี้ก่อนครบกำหนด รวมทั้งการคุ้มครองสิทธิลูกหนี้ให้ได้รับความเป็นธรรมมากขึ้น โดยการคุ้มครองลูกหนี้ให้ได้รับข้อมูลสำคัญถูกต้องครบถ้วน และได้เปรียบ รวมถึงห้ามคิดดอกเบี้ยบนดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อที่ให้แก่รายย่อย ที่จะมีผลบังคับใช้ ก.ค. 67 นี้