โดยจากข้อมูลของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่า หนี้สินครัวเรือนไตรมาส 2/ 66 มีมูลค่า 16.07 ล้านล้านบาท ขยายตัว 3.6% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีสัดส่วนหนี้สินครัวเรือนต่อ GDP อยู่ที่ 90.6% คงที่เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา
หากพิจารณาหนี้ครัวเรือนรายวัตถุประสงค์ พบว่าสินเชื่อเกือบทุกประเภทขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยการขยายตัวของหนี้สินครัวเรือนมีที่มาจากหนี้ เพื่ออสังหาริมทรัพย์และหนี้เพื่ออุปโภคบริโภคส่วนบุคคลเป็นหลัก
ขณะที่ความสามารถในการชำระหนี้ของครัวเรือนลดลงเล็กน้อย โดย ยอดคงค้างของเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ หรือNPLs มีมูลค่า 1.47 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 2.68% จากไตรมาสก่อน และคิดเป็นสัดส่วน 2.71% ต่อสินเชื่อรวม
สำหรับการจ่ายขั้นต่ำดูเผิน ๆ เป็นการผ่อนชำระที่ไม่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ เพื่อจ่ายค่าบัตรเครดิตทั้งหมด ทำให้ลูกหนี้มีเงินสดเหลือพอที่จะนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ลูกหนี้อาจจะต้องเผชิญกับภาระดอกเบี้ยที่มากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจาก บัตรเครดิตมี “ระยะปลอดหนี้” หรือ “ระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย” ซึ่งหมายถึงระยะเวลาที่ธนาคารเจ้าของบัตรจะยังไม่คิดดอกเบี้ย หากลูกหนี้ชำระยอดคืนทั้งหมดภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้
แต่ถ้าเมื่อไหร่ลูกหนี้จ่ายบัตรเครดิตขั้นต่ำแล้วหล่ะก็ ระยะปลอดดอกเบี้ยนั้นจะสิ้นสุดลง และจะถูกคิดดอกเบี้ยบัตรเครดิตทันที โดยดอกเบี้ยบัตรเครดิตอยู่ที่ 16% ต่อปี ซึ่งแบงก์พาณิชย์ นอนแบงก์ จะคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ลูกหนี้รูดบัตร เพื่อซื้อสินค้าหรือบริการต่างๆ และคิดจากยอดเต็มจำนวนทั้งหมด เพราะบัตรเครดิตของลูกหนี้สิ้นสุดระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยไปเรียบร้อย