"พรรคยังไปตรวจเยี่ยมสวนมะพร้าวที่ อ.ทับสะแก เพื่อประเมินความเป็นไปได้ในการตั้งโรงงานแปรรูปมะพร้าวครบวงจรในเชิงวิสาหกิจชุมชนที่ชาวสวนมะพร้าวเป็นหุ้นส่วน เเละจัดให้มีทีมบริหารมืออาขีพที่เจาะตลาดโลกเเละต้องประเมินรวมทั้งประสานตลาดต่างประเทศได้ว่าเเต่ละปีต้องการมะพร้าวเท่าใดเเละแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใดบ้าง ชาวสวนมะพร้าวจะได้รับรู้ความต้องการมะพร้าวของตลาดโลก" นายวิชิต กล่าว
"หากพรรคได้รับโอกาสจากประชาชนเเละชาวประจวบฯ พรรคดำเนินการสิ่งที่ประชาชนสะท้อนมาทันที ///เพราะเม็ดเงินดังกล่าวจะสร้างจีดีพีให้ประเทศและรายได้ให้ประชาชนจ.ประจวบฯ จำนวนมาก และพื้นที่จะมีงบประมาณพัฒนาตัวเองโดยพึ่งพารัฐบาลน้อยที่สุด แต่ทุกอย่างจะเกิดขึ้นอย่างยั่งยืนหากสิ่งที่ผมและพรรคเศรษฐกิจไทยลงพื้นที่ได้รับการตอบรับจากประชาชนผ่านการเลือกตั้ง ส.ส.ในเร็ววันนี้" นายวิชิตกล่าว
"รองหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย" กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ ตนในฐานะประธานยุทธศาสตร์และนโยบายพรรคเศรษฐกิจไทย และประธานคณะพลิกโฉมพลังงาน ได้ประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์และนโยบาย พรรคเศรษฐกิจไทยจากปัญหาเร่งด่วนข้อหนึ่งที่ประชาชนสะท้อนมาคือ ราคาน้ำมันที่แพงจนกระทบชีวิตประชาชนแทบทุกด้าน โดยที่ประชุมคณะทำงานพลิกโฉมพลังงาน ได้ข้อสรุปและเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันแพงซึ่งเป็นความเดือดร้อนของประชาชนอันดับต้นในช่วงนี้ต่อรัฐบาลดังนี้
"นายวิชิต" กล่าวว่า ประเทศไทยมีโรงกลั่นน้ำมันจำนวน 6 โรง แต่กลับมีการตั้งราคาโรงกลั่นอ้างอิงราคาจากสิงคโปร์ ในการนี้การกลั่นน้ำมัน และขายน้ำมันภายในประเทศ โดยไม่มีการขนส่งไปยังสิงคโปร์ รวมถึง ค่าประกันภัย ค่าสูญเสียระหว่างการขนส่ง และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทำให้โรงกลั่นได้รับกำไรสูงประกอบกับราคาค่ากลั่นจากปี ค.ศ. 2020 ลิตรละ 0.70 บาท ปัจจุบันค่ากลั่นลิตรละ 5.56 บาท ดังนั้นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน คณะกรรมการยุทธศาสตร์และนโยบายพรรค ขอเสนอให้รัฐบาลดำเนินการ
"1. ขอให้กระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และคนไทยผู้ถือหุ้นที่จิตสำนึกรักชาติ เสนอ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ลดราคาค่าการกลั่นลงลิตรละ 3 บาท เพื่อช่วยเหลือประชาชน และธุรกิจไทย
2. ขอให้พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รักษาราชการนายกรัฐมนตรี ออกพระราชกำหนดเพื่อเก็บภาษีลาภลอย อัตราร้อยละ 30 (Windfall tax) และให้รัฐบาลได้ทบทวนนโยบายพลังงานให้สามารถปรับลดที่เอื้อต่อโครงสร้างราคาที่เหมาะสม เสนอทางแก้ปัญหาราคาน้ำมันแพง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลกระทบต่อค่าครองชีพ และหนี้สินครัวเรือนของประชาชนที่สูงขึ้น
3. ขอให้การแก้ปัญหาราคาน้ำมันแพง ถือเป็นปัญหาสำคัญเบื้องต้น ซึ่งพรรคจะมีการนำเสนอการแก้ไขราคาพลังงานอื่นๆ เช่น ราคาก๊าชหุงต้ม ราคาไฟฟ้า เป็นลำดับถัดไป
4. ขอให้มีการเปิดเวทีสาธารณะเพื่อรับฟังความคิดเห็นภาคประชาชนในการเสนอแนะแนวทางแก้ไขราคาน้ำมันแพง และราคาพลังงานต่างๆ ที่กระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน และเป็นการส่งเสริมหลักประชาธิปไตยให้ส่งผลเป็นรูปธรรม" นายวิชิต กล่าว