แหล่งข่าวจาก"บก.ปปป."แจ้งว่ากรณี ว่าที่พ.ต.ท.หญิง”ก.”และ ส.ต.อ."ท" ร่วมมือกับ"นายตำรวจคนสนิท" ในประเด็นนี้นั้น ต้องรอผลการสอบสวนของสำนักงาน"ป.ป.ช."ให้เสร็จสิ้นก่อนว่า ตำรวจทั้งสองนายมีส่วนรับรู้และร่วมกระทำความผิดโดยทราบข้อเท็จจริงจากนายตำรวจคนสนิท หรือไม่ หากสำนักงาน "ป.ป.ช." ชี้มูลความผิดของตำรวจทั้งสองนาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงจะสอบสวนข้อเท็จจริงและสอบวินัยตำรวจทั้งสองนายต่อไปได้
แต่โดยทางกฎหมายนั้นการยินยอมให้บุคคลอื่นนำชื่อของตนไปจดทะเบียนหมายเลขโทรศัพท์มือถือ โดยที่ตัวเองไม่ได้ใช้โทรศัพท์มือถือเครื่องนั้นถือว่ามีความผิด
"ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐในกรณีนี้คือนาย"ส."เป็นคนรับสมาร์ทโฟนเครื่องนึ้จากนายตำรวจคนสนิท อาจมีความผิด“มาตรา128 พรป.ว่าด้วยการป้องกันเเละปราบปรามการทุจริต พศ.2561 "ที่ห้ามเจ้าหน้าที่รัฐรับทรัพย์สิน/ประโยชน์อื่นใดอันคำนวณเป็นเงินได้(ไม่เกินสามพันบาท) จะมีความผิดจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำและปรับรวมทั้งอาจมีความผิดในประกาศหลักเกณฑ์การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาของเจ้าพนักงานของรัฐ พศ. 2563 “ของสำนักงานป.ป.ช.ด้วย ส่วนผู้ให้สมาร์ทโฟนคือ"นายตำรวจคนสนิท" นั้น อาจมีความผิดข้อหาให้ทรัพย์สินฯเกินสามพันบาทเพราะฝ่าฝืนกฎหมายเช่นกัน"
"เนชั่นทีวี" ยังพบว่า ความคืบหน้าการสอบสวนข้อเท็จจริงและข้อวินัยของบุคคลใน "สำนวนบก.ปปป."ที่ยื่นให้สำนักงาน "ป.ป.ช."ไปหลายเดือนแล้วยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควรและตอนนี้บุคคลในระบบราชการที่เกี่ยวพันกับกรณีนี้ยังได้ปรับเลื่อนตำแหน่งและยังไม่มีความคืบหน้าในการสอบสวนและมาตรการลงโทษใดๆออกมาให้สังคมรับทราบเเต่เนชั่นทีวีจะเกาะติดเเละรายงานความคืบหน้าให้สังคมทราบเป็นระยะ
ชมคลิปย้อนหลัง >>> ผ่าขุมทรัพย์ "บิ๊กโจ๊ก"
ชมคลิป >>>สืบสวนความจริง "เจาะลึกสำนวนลับ แชทไลน์ปริศนา"
ชมคลิป >>> ถอดรหัสขุมทรัพย์ "บิ๊กโจ๊ก"