อ่านจังหวะ"ลูกน้องบิ๊กโจ๊ก"ลุยไฟ กลเกมเทคนิคทางกม. เพื่อหวังผลบางประการ
25 ก.ย. 2567

การเดินเกมสู้คดีของ "พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล" และพวก นับว่าวางจังหวะไว้หลายมุมที่ประเมินได้ว่า "บิ๊กโจ๊ก"และพวก ต้องการเบนความสนใจ? ติดตามได้ โดย" เมฆา ในวายุ"
คอลัมนิสต์
25 ก.ย. 2567

การเดินเกมสู้คดีของ "พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล" และพวก นับว่าวางจังหวะไว้หลายมุมที่ประเมินได้ว่า "บิ๊กโจ๊ก"และพวก ต้องการเบนความสนใจ? ติดตามได้ โดย" เมฆา ในวายุ"
การเดินเกมสู้คดีของ "พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล"และพวก นับว่าวางจังหวะไว้หลายมุมที่ประเมินได้ว่า"บิ๊กโจ๊ก"และพวกต้องการ เบนความสนใจ/สร้างประเด็นใหม่ขึ้นมา เพื่อนำไปประกอบกับเหตุในอดีตในการเลี่ยงบาลี ด้วยการใช้เทคนิคและหาแง่มุมทางกฎหมาย ด้วยการนำเสนอข่าวให้สังคม"ตามประเด็นใหม่/ลืมประเด็นเก่า"เพื่อหาช่องพลิกโอกาสของตัวเองและพวกให้พ้น "บ่วงกรรม"
เพราะตั้งแต่เกิดเหตุบุกค้นบ้านพักซอยวิภาวดีรังสิต ช่วงปลายเดือนกันยายน2566จนถึงตอนนี้ สังคมจะพบว่าบิ๊กโจ๊กและพวกเดินหน้าร้องเรียนขอความเป็นธรรม/ฟ้องร้อง/เดินสายออกสื่อ (ในจังหวะที่เป็นคุณกับตัวเองและพวก)แทบทุกองค์กร โดยเน้นการใช้เทคนิคและช่องว่างทางกฎหมายมาอธิบายความ(นัยว่าเลือกใช้ข้อกฎหมายเพื่อหักล้างข้อเท็จจริงในสำนวนคดี)และพยายามบอกว่า "โดนรุม" โดยไม่มองเส้นทางของตัวเองและพวกในวันวานที่ริเริ่มไว้ว่าสร้างบาดแผลให้ใครไว้บ้างในย่านปทุมวัน รวมทั้งเลี่ยงที่จะชี้แจงแถลงไขในรายละเอียดและประเด็นที่ถูกตั้งข้อกล่าวหาหรือยามเพลี้ยงพล้ำ
แต่การขยับจังหวะแทบทั้งหมดพบว่า ในตอนนี้ยังไม่มีแรงบวกให้บิ๊กโจ๊กกับพวกได้คะแนนขึ้นมาเลย....แต่ทำไม "บิ๊กโจ๊ก" กับพวกยังเดินเกมเหล่านี้แบบต่อเนื่อง? ดังนั้นการถอดรหัสและจับจังหวะของพวกเขานั้นจึงน่าวิเคราะห์ "เนชั่นทีวี"จะเจาะเหตุการณ์สำคัญของตัวละครบางชีวิตใน"เครือข่ายบิ๊กโจ๊ก"ที่น่าจะเชื่อมโยงกันตามลำดับ
โดยล่าสุดต้องจ้บจ้องไปที่การเคลื่อนไหวล่าสุดของ"คริษฐ์ ปริยะเกตุ"เพื่ออ่าน "นัย"ที่แฝงไว้ว่า พวกเขาคิดและจะทำอะไร?
สารตั้งต้นที่ชำระความ"บิ๊กโจ๊ก"กับพวกนั้น อย่าลืมว่าพนักงานสอบสวนแกะรอยเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ "มินนี่และบีเอ็นเค มาสเตอร์" ในทางลับตั้งแต่ยุค "พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสสร์" บัญชาการที่สตช.และขยายผลสืบเนื่องมาจนวันนี้จนบ่วงกรรมบีบเส้นทางของ "บิ๊กโจ๊ก"กับพวกแคบลงเรื่อยๆเพราะข้อมูลของ บก.ปปป. ที่เช็กจากโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ของคริษฐ์ไว้ว่าสื่อสารกับใคร/บนบทบาทอะไรบ้าง,,,,คือตะปูตอกฝาโรงหนึ่งดอกกับมหากาพย์สีกากีเรื่องนี้
ล่าสุดวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา อดีต "พ.ต.ท.คริษฐ์" ผู้ต้องหาคดีเว็บพนันออนไลน์และคนสนิทของ "พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์" เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน แจ้งความดำเนินคดีกับพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. และคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง(พล.ต.อ.สราวุฒิ การพานิช รอง ผบ.ตร.เป็นประธาน) และผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง ตามคำสั่ง ตร.ที่ 177/2567 ลงวันที่ 18 เม.ย.2567 และคำสั่ง ตร.ที่ 309/2567 ลงวันที่ 19 มิ.ย.2567รวม15นาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และมาตรา 157 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 4 และมาตรา 172
สิ่งที่ "คริษฐ์" อ้างกับสน.ปทุมวันคือ พบเส้นเงินที่ไปถึงภรรยากับเครือญาติของผบ.ตร. /นายตำรวจคนสนิทของ ผบ.ตร. /สส.และข้าราชการส่วนท้องถิ่นจ.สงขลา/ตำรวจในหน่วยงานอื่นๆจากพิมพ์วิไล ปล้องอ่อน (พิมพ์วิไลถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ทำธุรกรรมให้เว็บพนันบีเอ็นเค มาสเตอร์ โดยทนายความของบิ๊กโจ๊กและทนายตั้มเปิดข้อมูลนี้จำนวน34 เส้นเงินที่พาดพิงว่าจ่ายใครบ้างเมื่อหลายเดือนก่อน)
"คริษฐ์" ให้การโดยสรุปว่าได้ไปให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการฯในวันที่ 19 สิงหาคม และอ้างว่า วันนั้นได้ให้การพาดพิงถึงข้าราชการตำรวจและบุคคลอื่นๆรวม 33 คน ในประเด็น "พิมพ์วิไล" (อ้างอิงสำนวนคดีของสน.เตาปูน) โอนเงินเข้าบัญชีบุคคลทั้ง 33 คน แต่...คณะกรรมการฯและผู้ช่วยเลขานุการฯ ไม่ดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริงตามที่ "คริษฐ์" อ้างว่า"ได้ให้ข้อมูลไปแล้ว" และส่งเรื่องนี้ไปให้ผบ.ตร.พิจารณา โดยไม่ปฏิบัติตาม กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสอบสวนพิจารณา พ.ศ.2547 ข้อ 28 วรรคแรก ที่ต้องตรวจสอบรวมถึงพิจารณาในเบื้องต้นเสียก่อนว่า ข้าราชการตำรวจผู้ถูกพาดพิงมีส่วนร่วมกระทำการในเรื่องที่สอบสวนนั้นด้วยหรือไม่
"คริษฐ์" ให้การโดยสรุปว่า ยังไม่พบว่า ผบ.ตร.สั่งการให้ดำเนินการสอบสวนทางวินัยและดำเนินการทางอาญากับตำรวจและบุคคลอื่นๆทั้ง 33 คน รวมทั้งพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ที่ถูกพาดพิงในเรื่องนี้ด้วย และผบ.ตร.ไม่ได้รายงานเรื่องนี้ไปยังนายกรัฐมนตรีว่า "การกระทำนี้เป็นเจตนาทุจริต/ ทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสียหาย /ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และการบังคับใช้กฎหมาย" จึงขอให้พนักงานสอบสวน ผู้มีอำนาจหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐาน และดำเนินการ เพื่อที่จะทราบข้อเท็จจริงหรือพิสูจน์ความผิดว่าตำรวจและบุคคลอื่นรวม 33 คนที่ถูกพาดพิงว่ามีการรับโอนเงินจากพิมพ์วิไลหรือไม่
และ "คริษฐ์ " ยังอ้างว่า "พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ " ยื่นหลักฐานเหล่านี้ให้ "พล.ต.อ.สราวุฒิ" แล้วในวันที่ 20 สิงหาคม แล้วเช่นกัน
สิ่งหนึ่งที่น่าสังเกตคือ "คริษฐ์ "ไม่ได้อ้างกับสน.ปทุมวันว่า "ได้ข้อมูลพยานหลักฐานเหล่านี้จากพิมพ์วิไลอย่างไรและมีความน่าเชื่อถือตามกฎหมายหรือไม่"...ตรงนี้น่าพินิจเพราะโดยหลักกฎหมายนั้น "หากได้พยานหลักฐานโดยมิชอบด้วยกฎหมาย สิ่งเหล่านี้จะปราศจากน้ำหนักในทางคดีทันที"
(หรืออาจจะเป็นไปได้ว่า เป็นเพราะว่าคริษฐ์กับพิมพ์วิไลเป็นผู้ต้องหาคดีเว็บพนันบีเอ็นเค มาสเตอร์ร่วมกัน และหากไล่พินิจต่อไปอีกชั้นหนึ่งว่า ถ้าทั้งสองคนรู้จักกัน เป็นไปได้หรือไม่ว่า "คริษฐ์ " รับรู้ว่า พิมพ์วิไลกระทำความผิดเมื่อหลายปีก่อนจนถึงช่วงถูกจับกุม และช่วงก่อนถูกจับกุม "คริษฐ์" ยังทำหน้าที่ตำรวจ ไฉนตอนนั้นคริษฐ์”จึงละเว้นการปฏิบัติหน้าที่..ไม่แจ้งข้อมูลเพื่อจับกุมพิมพ์วิไลในช่วงกระทำความผิด รวมทั้งการละเว้นนั้นคริษฐ์และบิ๊กโจ๊กได้ประโยชน์อันใดหรือไม่?” )
การร้องทุกข์กล่าวโทษของ"คริษฐ์" พบว่า ข้อมูลดังกล่าวคล้ายกับข้อมูลที่ "ษิทรา เบี้ยบังเกิดและทีมทนายความของบิ๊กโจ๊ก" เคยแสดงต่อสังคมเมื่อหลายเดือนก่อนเป็นอย่างยิ่ง....เพราะจังหวะของ”ทนายตั้ม”ที่ออกตัวเมื่อหลายเดือนก่อนในการปะทะกับผบ.ตร.(ทนายตั้มร้องเรียนผบ.ตร.กับบก.สอบสวนกลาง/สน.เตาปูน/ป.ป.ช.) ในประเด็นการรับเงินเว็บพนันและอื่นๆเคียงข้างกับช่วงที่ "ณัฐวิชช์ เนติจารุโรจน์ และ วราชันย์ เชื้อบ้านเกาะ" ทีมทนายความของ "พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์" แถลงต่อสู้กับพนักงานสอบสวน โดยช่วงหนึ่งมีการแสดงผังเส้นเงินบางส่วนของ "พิมพ์วิไล" ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ทำธุรกรรมให้เว็บพนันบีเอ็นเค มาสเตอร์ 34 เส้น
(โดยอ้างว่าขอเส้นเงินเหล่านี้จากพิมพ์วิไลและทนายความมาแถลง) และบางเส้นเงินยิงไปถึงนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ แต่ไม่มีการออกหมายจับ และเลือกออกหมายจับเฉพาะ รวมทั้งยังอ้างว่าพิมพ์วิไลเคยร้องเรียนที่กระทรวงยุติธรรมและแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.คอหงส์ จ,สงขลาว่า มีเจ้าพนักงานเรียกรับเงินแต่ไม่มีความคืบหน้า)
อีกทั้งทนายตั้มยังร้องเรียนว่า คดีไม่คืบเพราะ "ตำรวจไม่กล้าจับเบอร์1ของวงการตำรวจ แต่เลือกปฏิบัติในคดีบิ๊กโจ๊ก"
เกมหน้าฉากที่ทนายตั้มดำเนินการอยู่นั้น อย่าลืมว่า "ทนายตั้ม"แสดงบทบาทวิวาทะกับคู่กรณีบิ๊กโจ๊กเสมอๆตั้งแต่ "พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา " จนถึง "บิ๊กต่อ" และบางเรื่องที่ "ทนายตั้ม "ร้องเรียนนั้นเริ่มส่อเค้าออกมาแล้วว่าอะไรจริง-อะไรปลอม,,,,
สังคมควรไล่ตรวจสอบข่าวสารที่ "ทนายตั้ม" เคยแสดงกับสื่อมวลชนในคดีต่างๆ ตามที่ทนายตั้มรับบทนักแสดงนำด้วยว่า คดีเหล่านั้นมีที่มาที่ไปของคดีอย่างไร /ใึครบอกบท และลองไล่ปูมหลังของ "ทนายตั้ม" ด้วยว่า วันวานจนวันนี้นั้นคดีใดที่ "ทนายตั้ม" ว่าความ "ประสบความสำเร็จ/ล้มเหลวบ้าง.."
ย้อนไปส่องคดีมินนี่ 2 พบว่า กรณีนี้ "ป.ป.ช." รับไต่สวน 5 นายตำรวจ คือ 1.พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ 2.พล.ต.ต.ไพโรจน์ กุจิรพันธ์ (ข้าราชการบำนาญ) 3.พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล 4.พ.ต.อ.นฤวัต พุทธวิโร และ5.ส.ต.อ.ณัฐนันท์ ชูจักร ว่ามีส่วนเกี่ยวพันกับ "มินนี่" บวกกับพนักงานสอบสวนตั้งสำนวนและส่งให้ปปช.ดำเนินการว่า ในเครือข่าย BNK MASTER ซึ่งมี”พิมพ์วิไลและณพรรษกรณ์ (อู๊ด) แหเกิด” เป็นกลุ่มผู้จัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์/จ่ายผลประโยชน์ให้ตำรวจในเครือข่ายของ "พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์" ซึ่งคดีนี้ "ป.ป.ช." รับไว้ทำการไต่สวน 7 ราย ( พตท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ ,พิมพ์วิไล ,เบญจมิน แสงจันทร์,พตอ.กิตติชัย สังขถาวร ,สตอ.ณัฐวุฒิ หวัดแวว ,สตอ.ณัฐนันท์ ชูจักร ,พลตำรวจเอกสุรเชชษฐ์ ) ที่ตอนนี้คดีอาจพลิกได้ว่า การร่วมกันฟอกเงินนั้น แท้จริงแล้วนายตำรวจเหล่านี้มิได้ใช้อำนาจหน้าที่กระทำการ และการฟอกเงินนั้น ตามกฎหมายแล้ว ป.ป.ช.ต้องส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการ ตรงนี้ต้องติดตามว่า "ป.ป.ช." จะเลือกเดินอย่างไร
ฉะนั้นหากไล่ดีๆจากสิ่งที่อธิบายในข้างต้น จะพบว่า มีการวางบทของตัวละครแวดล้อม "บิ๊กโจ๊ก "และเครือข่ายพนันออนไลน์ไว้เป็นขั้นตอนดั่งบทละคร เพราะตัวละคร/บัญชีม้าในสองเว็บพนันออนไลน์คือเครือข่ายที่พนักงานสอบสวนพบว่าเชื่อมโยงกันและกันรวมทั้งลิงก์กับทีมงานของ "บิ๊กโจ๊ก "อย่างแนบแน่นจึงสั่งลุยไฟและใครบางคนอาจเสียเปรียบเต็มร้อยจึงปรับบทใหม่ในการต่อสู้
เกมนี้ที่ "คริษฐ์" และ "บิ๊กโจ๊ก" ขยับที่สน.ปทุมวันนั้น อาจเป็นแผนซ้อนแผนที่ยั่วและทำให้สร.1รวมทั้งพนักงานสอบสวนหลงประเด็นและสั่งฟ้องซ้ำ (เพราะป.ป.ช.รับสำนวนนี้ไปแล้ว) จนวันข้างหน้าอาจเกิดการยกฟ้องได้ในภายหลัง
แต่ใครจะเชื่อ-ใครหลงกล-ใครทันเกม
ต้องอ่านจังหวะจากต่อไป
และใครจะตกม้าตายในตอนหลัง.....
ข่าวล่าสุด