ฉะนั้น จากวันนี้จนถึง 23 สิงหาคม 2565 ซึ่งเป็นวันครบ 8 ปีการทำหน้าที่ประมุขฝ่ายบริหารของลุงตู่( ลุงตู่ รับหน้าที่สร.1และหัวหน้าคสช. เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม2557- และทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมจากการเลือกตั้งเมื่อปี 2562- ปัจจุบัน ) จึงต้องติดตามว่าผลของศาลรัฐธรรมนูญจะชี้สถานะของ"พลเอกประยุทธ์"อย่างไรและ"ผลดังกล่าว"จะพลิกเกมการเมืองไปในทิศทางใดบ้างนั้น ....สุดจะหยั่งถึง
นอกเสียจากจับกระแสข่าวรายวันมาประเมินผล เพราะหลายคราวบนหน้าประวัติศาสตร์ "ข่าวลือมักเกิดขึ้นจริง....."
บวกกับกระแสการเมืองที่บรรดาแกนนำหลากพรรคลงพื้นที่พบมวลชนเพื่อสร้างอารมณ์ร่วมในการเลือกตั้งงวดหน้ากันเนิ่นๆ ประกอบกับกระแสข่าวการปรับครม.ในตอนนี้ ( ซึ่งเคยปูดขึ้นมาเนืองๆ )เพราะเก้าอี้รมต.โควต้าพปชร.ยังว่างสองตำแหน่ง หลายมุ้งในพปชร.ต่างหวังครองเพื่อประดับบารมีและใช้เป็นกลไกในการหาเสียง
แต่เป้าหมายยอดยิ่งคือ "เก้าอี้รมว.มหาดไทย" ซึ่งอยู่ในการควบคุมของ "พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา" พี่รองแห่ง 2 ป.มายาวนาน แต่พบว่า"ลุงป๊อก" ไม่สนองตอบความต้องการของส.ส.พปชร. ทำให้เกิดภาวะปล่อยข่าวให้ "พลเอกประวิตร วงษ์สุวรณ" หัวหน้าพรรค พปชร.ไปนั่งแท่นรองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยแทน
ภาวะไม่ลงรอยของ"3 ป."กับการแก้ข่าวจากปาก"ลุงป๊อก" ครั้งล่าสุดว่า 3ป.มาด้วยกัน ไปด้วยกันนั้น อะไรมันจริงเพียงจริงยิ่งกว่ากัน...น่าพินิจภาวะข้างต้น ใครหลายคนมองว่า เวลาเลือกตั้งอาจจะไวกว่ากำหนด.... เพราะหากหันกลับมาไล่เรียงปฏิทินการเมืองในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ ( สิงหาคม 2565 - มีนาคม 2566 ) จะพบว่า
24 -26 สิงหาคม 2565 สภาผู้แทนฯพิจารณาร่างกฎหมายงบประมาณ 2566 วาระ 2 และ 3
29-30 สิงหาคม 2565 วุฒิสภาพิจารณาร่างกฎหมายงบประมาณ 2566
18 กันยายน 2565 ปิดสมัยประชุมรัฐสภาครั้งที่1/2565
1 พฤศจิกายน 2565 เปิดสมัยประชุมรัฐสภาครั้งที่2/2565
18-19 พฤศจิกายน 2565 ประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค
28 กุมภาพันธ์ 2566 ปิดสมัยประชุมรัฐสภาครั้งที่2/2566
24 มีนาคม 2566 รัฐบาลประยุทธ์ 2 ครบวาระ 4 ปี (หากรัฐบาลปัจจุบันอยู่ครบวาระ การเลือกตั้งตั้งเกิดขึ้นภายใน 45 วัน การเป็นสมาชิกพรรคเพื่อลงสมัครส.ส.ต้องมีอายุสมาชิกพรรค 90 วัน หาก พลเอกประยุทธ์ยุบสภาก่อนครบวาระ ต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 45-60 วัน การเป็นสมาชิกพรรคเพื่อลงสมัครส.ส. ต้องมีอายุสมาชิกพรรค 30 วัน)
แปลว่า สิงหาคมปีนี้ หาก พลเอกประยุทธ์ "ได้ไปต่อ" ( จัดประชุมเอเปค-ทำงานครบวาระและผลักดันนโยบายรัฐที่อาจแฝงหาเสียง กลายๆ) ก็ต้องลุ้นว่าเดือนกันยายนเป็นต้นไป ส.ส.ระบบเขต/บัญชีรายชื่อ ที่จะย้ายพรรคน่าจะใช้สูตรสมาชิกพรรค 90 วันไว้เป็นหลักประกันก่อน เพราะจะวัดดวงกับ"ลุงตู่"เพียวๆนั้นน่าจะลำบาก ( ต้องจับตาองค์ประกอบอื่นๆ ทางการเมืองเคียงข้างกับการตัดสินใจของ"ลุงตู่"ด้วยว่าจะกดปุ่มยุบสภาเมื่อใด)
.............
หากภายในเดือนนี้"ลุงตู่"ต้อง"จอดป้าย-หมดสิทธิไป" งานนี้น่าจะอลวนกันหลายตลบกับการขยับหมากการเมืองในภาวะดังกล่าวที่มีการวิเคราะห์กันหลากสูตรและหลายความน่าจะเป็นนั้น ปรากฏเนืองๆจากหลากกูรูการเมือง
การขยับหมากการเมืองจากคนการเมือง-ภาคประชาสังคม-ภาคธุรกิจ-เอ็นจีโอ-คนรุ่นใหม่-กลุ่มการเมืองควรจะหาทางออกในแนวสันติวิธี/ประนีประนอม
อย่าให้ใครบางคนชักใยใคร จนสถานการณ์เลยเถิด-เล่นแง่เล่นมุมกฎหมายจนเกิดความสับสนและแตกแยกทางความคิดเหมือนในวันวาน
ขออย่างเดียว อย่าย้อนรอยวังวนความขัดแย้งจนต้องเกิดการขยับล้อตีนตะขาบครั้งที่สิบสี่เพื่อย่ำยีประชาธิปไตยอีกก็แล้วกัน