นอกจากนั้นยังมีกองทุนธุรกิจนักเรียน และกองทุนผู้สูงอายุในชุมชนที่เทศบาล อปท.และกศน.สนับสนุน เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ แท้ที่จริงแล้ว โรงเรียนขนาดเล็กของ สพฐ.ทุกแห่งสามารถทำได้เลย คือการช่วงชิงเปลี่ยนโรงเรียนให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ตามอัธยาศรัย แทนการนั่งรอให้ถูกยุบ
ทักษะอาชีพและทักษะชีวิต
ที่โรงเรียน ร.ป.ค.15 มีห้องแล็บสำหรับเพาะเนื้อเยื่อ เป็นงานขยายพันธุ์พืชเศรษฐกิจในระดับ “ต้นน้ำ” สร้างความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งตามปกติหลักสูตรนี้จะมีอยู่ในการเรียนการสอนระดับมหาวิทยาลัย ชั้นปีที่ 1 แต่ที่นี่เขาสอนให้เด็กทำเป็นตั้งแต่ชั้นประถมศึกษา เด็กนักเรียนอาจยังไม่มีพื้นความรู้ทางทฤษฎีมากนัก แต่พวกเขาสามารถปฏิบัติได้จริง นับเป็นพื้นฐานที่ดีต่องานอาชีพและการศึกษาวิชาการในระดับที่สูงขึ้นไป
ร.ป.ค.15 มีงานกองจิตอาสาราชภักดี มีหอพักสำหรับนักเรียนยากจน มีการต่อยอดด้วยการฝึกงาน เพิ่ม work experience มีอบรมระยะสั้นมากมาย ให้เด็กมีโอกาสได้เรียนรู้อย่างหลากหลาย โดยไม่มีเงื่อนไขมาก มีการเทียบระดับทักษะอาชีพและระบบเก็บสะสมหน่วยกิตความรู้ ซึ่งบัดนี้มีมหาวิทยาลัยที่ใจกว้างถึง 29 แห่งที่ยินดีรับผู้เรียนข้ามสถาบัน
ข้อเสนอเชิงนโยบาย
เพื่อการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเรื่องโรงเรียนขนาดเล็ก และการปฏิรูปการศึกษาของประเทศจากฐานล่าง มีข้อเสนอแนะทางนโยบายบางประการจากทีมผู้บริหารโรงเรียน ร.ป.ค.15 ดังนี้
1) โรงเรียนควรเป็นนิติบุคคลและต้องกระจายอำนาจอย่างแท้จริง
2) พัฒนาหลักสูตรและระบบการศึกษาที่ต่อเนื่อง เชื่อมโยงการศึกษาขั้นพื้นฐานกับอาชีวะศึกษา อุดมศึกษาและสถานประกอบการ
3) สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในพื้นที่ให้เป็นจริง
4) ยกเลิกระบบที่ไม่สะท้อนคุณค่าจริง ยกเลิกระบบโรงเรียนต้นแบบและโรงเรียนนำร่อง
5) จัดตั้งสถาบันอาชีวะศึกษาในพื้นที่เขตเศรษฐกิจชายแดน เช่นวิทยาลัยเทคนิคเชียงแสนนานาชาติ หลักสูตรภาษาอังกฤษ จีน พม่า ลาว
6) พัฒนาโรงเรียนที่ถูกยุบหรือควบรวม ให้เป็นศูนย์เรียนรู้ตลอดชีวิต สร้างเครือข่ายและระบบหนุนเสริม ช่วยดูแลทั้งนักเรียน ครอบครัว และโรงเรียนไปด้วยกัน