สำหรับเศรษฐกิจฐานราก เป็นอะไรที่อยู่ระหว่างนั้น ผมอยากเรียกว่าเป็นการคิดและมุมองแบบ "พี่สาวคนโต" ด้านหนึ่งต้องช่วยแม่ดูแลน้องน้องที่ยังเล็กและอ่อนแอ อีกด้านหนึ่งต้องคอยสนับสนุนพ่อ พี่ชายและน้องชาย ให้พร้อมที่จะไปแข่งขันกับโลกภายนอก
2.คำจำกัดความเศรษฐกิจฐานราก
ผมมองเศรษฐกิจฐานรากในมุมกว้าง โดยมีมิติของเศรษฐกิจเชิงวัฒนธรรม-วิถีชีวิต มากกว่าส่วนที่จะเป็นเศรษฐกิจในเชิงแข่งขัน การค้าการลงทุน อาจเรียกว่า เศรษฐกิจชุมชนท้องถิ่น ( Local Economy)
เศรษฐกิจฐานราก อย่างน้อยควรครอบคลุม 3 ส่วน ได้แก่
1) เศรษฐกิจครัวเรือน หมายถึงเศรษฐกิจการทำมาหากินของคนในครอบครัว จะเป็นครอบครัวเดี่ยว ครอบครัวขยาย หรืออยู่ตัวคนเดียวก็ได้
2) เศรษฐกิจชุมชน หมายถึงเศรษฐกิจการทำมาหากินและการทำมาค้าขายของสมาชิกในชุมชน ทั้งภายนอกและภายใน กลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มสหกรณ์ รวมทั้งองค์รวมของเศรษฐกิจภาพรวมของชุมชน หมู่บ้าน และตำบลนั้น
3) เศรษฐกิจท้องถิ่น หมายถึงเศรษฐกิจการค้าการลงทุนที่เกิดขึ้นในชุมชนและท้องถิ่น ซึ่งมีรูปแบบธุรกิจที่หลากหลาย ทั้งการท่องเที่ยว การเกษตรกรรม การอุตสาหกรรม วิสาหกิจเพื่อสังคม วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
3.กลไกการบริหารจัดการในพื้นที่
แม้ว่าจำเป็นจะต้องมีกลไกระดับชาติทีดูแลนโยบายและยุทธศาสตร์ในภาพรวม สิ่งที่ควรให้ความสำคัญยิ่งกว่า คือการมีกลไกการบริหารจัดการในระดับจังหวัด
จังหวัด-อำเภอต้องมีนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนงานโครงการเศรษฐกิจฐานรากของพื้นที่ตน ที่เกิดขึ้นบนฐานทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญา ทรัพยากรธรรมชาติ ภูมิศาสตร์ ทำเลที่ตั้ง และศักยภาพของพลเมือง โดยมีเป้าหมายนำพาครัวเรือนในจังหวัดให้หลุดพ้นจากความยากจน มีเศรษฐกิจครัวเรือนที่แข็งแรง มีเศรษฐกิจชุมชนและเศรษฐกิจท้องถิ่นที่เข้มแข็ง
4.ก้าวให้พ้นระบบราชการ
เราเคยนำรูปแบบสหกรณ์มาจากยุโรป นำ OTOP มาจากญี่ปุ่น นำรูปแบบวิสาหกิจเพื่อสังคมมาจากอังกฤษ นำแนวคิดแก้ปัญหายากจนแบบพุ่งเป้ามาจากจีน แต่โดยส่วนใหญ่มักจบอนาคตลงด้วยวิถีการทำงานแบบไทยๆ
ความพยายามของเวียดนามในการริเริ่มโครงการชนบทใหม่ โดยรัฐบาลเข้าไปแทรกแซงและกำหนดนิยามความเป็นสมัยใหม่ ผ่านเงื่อนไข 19 เรื่อง
รวมทั้งสูตรการร่วมลงทุนแบบ 4-3-2-1 (รัฐ-เอกชน-กู้ยืม-ชุมชน) แต่พบบทเรียนรู้ที่เป็นจริงว่า ยากที่จะเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ งบประมาณรัฐไม่เพียงพอดำเนินการ เอกชนไม่สนใจเข้าร่วมลงทุน ชุมชนไม่มีส่วนร่วม องค์กรเกษตรกรไม่สามารถจัดตั้งได้