"พรรคประชาธิปัตย์" มีความเป็นสถาบันทางการเมืองที่ยืนหยัดมาอย่างยาวนาน แต่สถานการณ์ความขัดแย้งภายในได้ก่อให้เกิดรอยร้าวพร้อมปะทุถาโถมพุ่งเข้าใส่"จุรินทร์" หัวหน้าพรรค ท่ามกลางคำถามโอกาสเปลี่ยนแปลงเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

 

รายการคมชัดลึกทางสถานีโทรทัศน์เนชั่นทีวี ดำเนินรายการโดยวราวิทย์  ฉิมมณี ได้เชิญ รศ.ดร.ยุทธพร  อิสรชัย คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช  และ  รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผอ.หลักสูตรการเมืองและยุทธศาสตร์การพัฒนา (นิด้า) มาร่วมวิเคราะห์ปรากฎการณ์ปริญญ์ เอฟเฟกต์ในประชาธิปัตย์ เหตุใดถึงเลือดไหลไม่หยุด 

 

รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย - คือตรงนี้ก็อยากให้ความเป็นธรรมกับทางประชาธิปัตย์คุณจุรินทร์ แล้วก็กรรมการพรรคส่วนที่เหลือเพราะว่าเรื่องนี้ต้องบอกว่ามันนะครับก็เป็นเรื่องส่วนบุคคลของอดีตรองหัวหน้าพรรค

 

คลื่นใต้น้ำเขย่า "จุรินทร์" รอยร้าวพรรคปชป.สถาบันการเมืองที่สั่นคลอน

 

เพราะฉะนั้นต้องบอกว่ากรรมการบริหารพรรคหรือแม่กระทั่งตัวคุณจุรินทร์เอง ซึ่งเป็นคนชักนำเข้ามาสู่พรรคประชาธิปัตย์ เขาก็ไม่มีทางไปรู้ได้ทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์หรือจะไปอยู่กับอดีตรองหัวหน้าพรรค 24 ชั่วโมงมันเป็นไปไม่ได้

 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่าในเรื่องนี้ ก็ยังต้องมีกระบวนการพิสูจน์ในทางการยุติธรรมต่อ แต่อย่าลืมนะครับว่าเรื่องทางการเมือง ความถูกผิดตามกฎหมายไม่อาจตอบความชอบธรรมในการเมืองได้ทั้งหมด

เพราะฉะนั้นเรื่องความรู้สึกของผู้คนและเรื่องของการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องของการตั้งคำถาม หรือแม้กระทั่งมีบุคคลในพรรคบางส่วนที่ลาออกแล้วก็บอกว่าศีลธรรมเป็นเรื่องที่เขาให้ความสำคัญมากกว่าเรื่องของกฎหมาย ตรงนี้ก็คือประเด็นที่ต้องบอกว่าบางครั้งเป็นช่วงระยะเวลาที่ยากลำบากสำหรับพรรคประชาธิปัตย์

 

คลื่นใต้น้ำเขย่า "จุรินทร์" รอยร้าวพรรคปชป.สถาบันการเมืองที่สั่นคลอน

 

แล้ววันนี้ต้องบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์มีภารกิจอยู่หลายส่วน ทั้งการที่ต้องฟื้นฟูความเชื่อมั่นเชื่อถือความนิยมของพรรค และทั้งในกรุงเทพมหานครและในภาคใต้ ภาคใต้ในสัญญาณบวกพอจะเริ่มมาระยะหลังจากการชนะการเลือกตั้งซ่อมส.ส. สงขลา ในกรุงเทพมหานครในสนามเลือกตั้งผู้ว่ากทม.เรียกว่าตั้งแต่เปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯก็มีข้อวิจารณ์มาตลอด แล้วก็มาเกิดเรื่องของอดีตรองหัวหน้าพรรคเข้าไปด้วย ดังนั้นวันนี้ถ้าพรรคตัดสินใจในการที่จะเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรคก็ดี หรือว่าเปลี่ยนแปลงยุทธศาสตร์พรรคก็ต้องคิดอย่างรอบคอบ

 

 

วันนี้มันอาจจะไม่ใช่เป็นคำตอบที่ดีที่สุดก็ได้วันนี้สมมุติว่าคุณจุรินทร์ลาออกเลยจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคและคำถามใครจะมาเป็นหัวหน้าพรรค และตั้งคำถามว่าใครจะมาเป็นมือเศรษฐกิจแทนคุณปริญญ์ซึ่งลาออกไปแล้ว ก็ยังไม่มีคำตอบเลยด้วยซ้ำไป แล้ววันนี้ ผู้คนหลายส่วนซึ่งอดีตมือเศรษฐกิจเช่น คุณกรณ์ก็ไปอยู่พรรคกล้า

 

คลื่นใต้น้ำเขย่า "จุรินทร์" รอยร้าวพรรคปชป.สถาบันการเมืองที่สั่นคลอน

 

คนเก่าแก่ในประชาธิปปัตย์หลายท่านคุณนิพิฎฐ์ ไปสังกัดพรรคสร้างอนาคตไทย หรืออีกหลายท่านที่อยู่เป็นขุนพลในประชาธิปัตย์เช่น คุณวิฑูรย์ นามบุตร นั้นอีกหลายๆท่านก็ย้ายพรรคกัน

 

ผมคิดว่ามีโอกาสที่จะขยายวงกว้างกว่านี้ เพราะวันนี้เราจะเห็นได้ว่าในส่วนคดีความของรองหัวหน้าพรรคท่านนั้นก็เดินไป แต่ปรากฏว่าเรื่องในทางการเมืองไม่จบมีทั้งการเคลื่อนไหวหน้าประชาธิปัตย์การไปแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ พลังในโลกแห่งโซเชียลต่างๆที่ขับเคลื่อนมากมาย ดังนั้นตรงนี้จะเป็นแรงกระเพื่อมที่จะทำให้เกิดเรื่องความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในพรรคประชาธิปัตย์

 

วราวิทย์ - คือถ้าเปลี่ยนตัวรองหัวหน้าพรรคเสถียรภาพของรัฐบาลสั่นคลอนตามไปด้วยไหม 

 

รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย - จริงๆแล้วเป็นคนละส่วนกัน เพราะว่าแม้หัวหน้าพรรควันนี้ไม่ใช่คุณจุรินทร์แต่ว่าก็ไม่ได้กระทบอะไรกับตำแหน่งรัฐมนตรีต่างๆ เพราะยังไม่ได้มีการปรับคณะรัฐมนตรี ดังนั้นหัวหน้าพรรคท่านใหม่สมมุติอาจจะไม่เป็นรัฐมนตรีเลย ก็สามารถที่จะขับเคลื่อนทัพต่อได้ มันแยกส่วน

วราวิทย์ - ถ้าเดาใจประชาธิปัตย์ไม่มีเหตุผลอะไรสมมุติว่าเปลี่ยนหัวหน้าพรรคและจะไปโหวตสวนไม่สนับสนุนรัฐบาลต่อไปอะไรอย่างนี้ไม่มีประโยชน์อะไรกับตัวพรรคอยู่แล้ว 

 

รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย - ไม่มีประโยชน์อะไรกับตัวพรรคและวันนี้ต้องบอกว่าการที่ประชาธิปัตย์จะเคลื่อนไหว ต้องอยู่ในสถานะที่เกิดความเปลี่ยนแปลงในการเมืองแล้วพรรคประชาธิปัตย์ได้เปรียบ แต่ยังไม่มีอะไรที่สะท้อนเลยว่าประชาธิปปัตย์จะได้เปรียบ สัญญาณในภาคใต้อาจจะเริ่มเป็นเชิงบวกมากขึ้นแต่พอมาเจอเรื่องนี้กลายเป็นเชิงลบ และก็จะส่งผลหรือไม่นั้นยังไม่มีใครตอบได้เพราะยังไม่มีเรื่องการเลือกตั้ง แต่เป็นภาพในเชิงลบต่อพรรค เช่นเดียวกันกับในสนามกรุงเทพฯ  วันนี้อย่างน้อยที่สุดผู้อำนวยการการเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร ในเรื่องการเลือกตั้งผู้ว่าฯและส.ก.ก็ต้องหาคนใหม่ มันคือการเปลี่ยนม้ากลางศึกละมาครึ่งทางละ ฉะนั้นสนามกรุงเทพฯก็ยังเป็นปัญหา

 

วราวิทย์ - ประชาธิปปัตย์จะฝ่ามรสุมตรงนี้ไปได้ไหม

 

รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต - ผมคิดว่าคงจะฝ่าไปได้แบบสะบักสะบอม เพราะว่ายังไงเสีย พรรคประชาธิปัตย์ถือว่าเป็นพรรคการเมืองที่มีรากฐาน และอาศัยการมีส่วนร่วมของบรรดาสมาชิกคงจะไม่ล้มหายตายจาก แต่ว่าคงจะต้องมีการคิดกันใหม่หรือว่าก็คงจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงแล้วก็ทำให้แนวทางอุดมการณ์ให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น ว่าจะมีแนวทางอุดมการณ์หรือว่าจะมีนโยบายหรือว่าจะมีตัวบุคคลอะไรที่จะมาดึงดูดคน

 

เพราะฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงภายในพรรคประชาธิปัตย์ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นที่จะทำให้พรรคประชาธิปัตย์สามารถที่จะฟันฝ่าอุปสรรคไปได้แต่ว่าถ้ายังเป็นลักษณะโครงสร้างแบบเดิมๆโอกาสที่จะพลิกฟื้นยากนะก็จะยิ่งถอยไปเรื่อยๆ