หากแบ่งปีก(สีเสื้อ-ขั้วการเมือง)นั้นจะบ่งชี้โอกาสของตัวเต็งแต่ละชีวิตได้อีกชั้นหนึ่ง
ปีกรัฐบาล คือ" บิ๊กวิน-ดร.เอ้-อดีตส.ส.จั้ม"
ปีกฝ่ายค้านคือ "อดีตรมต.แข็งแกร่งสุดในปฐพี-วิโรจน์สีส้ม-ผู้พันปุ่น"
ปีกเสื้อเหลือง คือ"รสนา"
แต่ละปีกการเมือง ผู้สมัครแต่ละคนย่อมทราบโอกาสของตัวเอง ก่อนลงประชันว่า เลือกตั้งครั้งนี้ตัวเองจะเข้าเส้นชัยอันดับที่เท่าใด-คะแนนสะสมกี่แต้ม เพื่อวางยุทธศาสตร์สนามส.ส.กทม.ในยามหน้าที่ต้องสู้กันชิง 30 เก้าอี้ บวกกับการแข่งขันของผู้สมัครส.ก.50 ชีวิต ใน 50 เขตเมืองหลวงที่จะเดินขนาบข้างกัน
อย่าลืมว่าเลือกตั้งแต่ละครั้งคนการเมืองแทบทุกสนามมีการย้ายขั้ว-เปลี่ยนพรรคเป็นประจำ เพราะคนการเมืองทุกชีวิตย่อมมองว่าโอกาสของตัวเองจะชนะนั้นควรยืนฝ่ายใด หรืออย่างน้อยสะสมแต้มให้มากสุดเพื่อจังหวะวันข้างหน้า บวกกับแกนนำแต่ละพรรค-แต่ละกลุ่มการเมืองย่อมเลือกสิ่งดีที่สุดให้ตัวเองและเครือข่ายเพื่อเดินแตะเส้นชัยให้มากที่สุด
ผู้สมัครส.ก.ซึ่งมีทั้งสังกัดพรรค-กลุ่มการเมือง-อิสระเป็นกองหนุน และผู้สมัครส.ก.ใน 50 เขตนั้น ควรจับจ้องไปเพิ่มเติมด้วยว่า เป็นคนที่มีบารมี-มีชื่อเสียง-มีผลงานในเขตนั้นๆเคียงข้างไปด้วย เพราะคะแนนผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.-ผู้สมัคร ส.ก. 50 เขตนั้น ตามหลักแล้วต้องคะแนนในบัตรสองใบต้องอยู่ในระนาบเดียวกัน แต่ก็มีปัจจัยแทรกในการแบ่งแต้ม-ตัดคะแนนกันเองแบบทับซ้อนกันด้วย
"บิ๊กวิน"นั้นมีกลุ่มรักษ์กรุงเทพหนุน รวมทั้งโครงค่ายข้าราชการกทม.ที่วางไว้ล่วงหน้าเป็นแบ็กอัพ รวมทั้งทีมรักษ์กรุงเทพที่เคยร่วมงาน 5 ปี 5 เดือน 5 วันกับ"บิ๊กวิน"ที่เสาชิงช้าก็ลงสมัครส.ก.ครบทุกเขต
แต่"บิ๊กวิน"ต้องตัดแต้มกันเองกับ"อดีตส.ส.จั้ม"ที่เคยนั่งเป็นรองผู้ว่าฯกทม.และมี กปปส.(บางปีก) + พรรคสีฟ้า(บางส่วน)เป็นกองหนุน โดยที่อดีตผู้บริหารกทม.ทั้งสองคนต้องแข่งกับ "ดร.เอ้"ที่มีบ้านใหญ่สีฟ้าแดนเมืองหลวงหลายเขตลงชิงเก้าอี้ส.ก.ตรงนี้ก็หั่นแต้มกันเองไประดับหนึ่ง
เมื่อต้องปะทะกับ"พรรคพลังประชารัฐ"ที่แม้ไม่ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.แต่พรรคนี้ส่งผู้สมัครส.ก.50เขตไว้เพื่อรักษา10ส.ส.เมืองหลวงในการเลือกตั้งครั้งหน้านั้น ฐานคะแนนของกลุ่มนี้อยู่ในหมวดเดียวกัน
ส่วน"ผู้พันปุ่น" พรรคไทยสร้างไทย ต้องแข่งขันกับ"ชัชชาติ" ซึ่งไม่มีผู้สมัครส.ก.เป็นเพื่อน แต่"ชัชชาติ"แตะมือกับพรรคเพื่อไทยที่ส่ง 50 ผู้สมัครส.ก.นั้นก็แปลว่า อดีตคนบ้านเดียวกันหั่นคะแนนจัดตั้งกันเอง
บวกกับต้องสู้กับ"วิโรจน์ค่ายสีส้ม"ที่หวังแชร์ 6-7แสนแต้มจากนิวโหวตเตอร์+กองหนุนพรรคก้าวไกลที่มี 9 ส.ส.เมืองกรุงเป็นแบ็กอัพ โดยที่มองข้ามพรรคเพื่อไทยไม่ได้เพราะ"พวงเพ็ชร์ ชุนละเอียด" แม่ทัพเมืองหลวงคนใหม่ของพท.ต้องสะสมเพเวอร์จากงานนี้เพื่อสร้างเครดิตชีวิต แม้"เจ๊แจ๋น"ต้องปะทะกับค่ายสีส้มและ"คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์"ที่แยกไปตั้งพรรคไทยสร้างไทยก็ตาม เพราะการเมืองนั้นคนชนะคือคนคิดเกมใหม่
ขณะที่อดีตส.ว.กทม.ที่ชื่อ"รสนา"นั้น แม้จะมีคนเสื้อเหลืองและพลังอิสระหนุนโดยแท้ แต่มองแล้วคงยากที่จะถึงฝั่ง ดีไม่ดีรสนาจะตัดแต้มของทั้งสองปีกได้ด้วยอีกทางหนึ่ง
เกมนี้บนสนามเมืองกรุง ...ชวนระทึกนัก