svasdssvasds
logo-pwa

เพิ่ม nation online

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด
เนชั่นทีวี

คอลัมนิสต์

"สนามบินเบตง" ฝันที่เป็นจริง ความทรงจำคนยะลา สู่เมืองต้นแบบสวิตเซอร์แลนด์

14 มีนาคม 2565
4.1 k

"ความฝันคุณพ่อของผมบางอย่างเกี่ยวกับเมืองเบตงก็เกิดขึ้นแล้ว และหวังว่าในที่สุดชาวเบตงคงจะได้พบกับความสุขความเจริญ" นั่นคือข้อความของปณิธาน วัฒนายากร ในวันเปิด"สนามบินเบตง" อย่างเป็นทางการ

 

เมื่อวันที่ 14 มี.ค. ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง จ.ยะลา หรือ "สนามบินเบตง"  ได้รับการเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เดินทางมาเป็นประธานเปิดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

 

ขอบคุณภาพจากเพจ Panitan Wattanayagorn

 

"สนามบินเบตง"  ได้รับการกล่าวถึงมาเป็นเวลานาน แม้กระทั่ง รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร  ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านความมั่นคง ( ปคม.)  นักวิชาการที่มีถิ่นกำเนิดจังหวัดยะลา   ได้โพสต์ข้อความเล่าถึงความเกี่ยวพันกับ"สนามบินเบตง" แห่งนี้ไว้อย่างน่าประทับใจ

 

รศ.ดร.ปณิธาน  ระบุไว้ใน หัวข้อ  "14 มีนาคม 2565 - วันเปิดสนามบินเบตง" 

 

คนเบตงพูดถึงการมีสนามบินมานานมากแล้ว และในที่สุดวันนี้ก็เป็นความจริง

 

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้สร้างสนามบินเบตงเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2558 ซึ่งก็มีทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย อนาคตจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าฝ่ายไหนถูกฝ่ายไหนผิด

 

"สำหรับผม จำได้ดีว่าตั้งแต่เด็กๆ การเดินทางไปกลับเบตง-ยะลานั้น ยากลำบากพอสมควร ถนนหนทางไม่ดี ก่อสร้างกันอยู่ตลอดเวลา ช่วงหน้าฝน ภูเขาถล่มปิดเส้นทางบ่อยๆ (ดูรูปถนนยะลา-เบตงที่ถ่ายโดยคุณพ่อขอผมในปี 2512 ข้างล่างนะครับ)

 

ขอบคุณภาพจากเพจ  Panitan Wattanayagorn

 

หลายครั้งจำได้ว่าต้องหันหลังกลับ เพราะถนนปิดไปต่อไม่ได้ ยังไม่นับเส้นทางปกติที่แคบและคดเคี้ยวบนภูเขา อีกทั้งยังมีขบวนการแบ่งแยกดินแดน ขบวนการโจรจีนคอมมิวนิสต์ และพวกมิจฉาชีพที่คนเดินทางอาจจะต้องพบระหว่างทางอีก

 

 

 

เครื่องบินพาณิชย์ในตอนนั้น บินจากกรุงเทพถึงสนามบินบ่อทองของจังหวัดปัตตานีเท่านั้น (ดูรูปถ่ายก่อนเครื่องลงจอดที่สนามบินบ่อทองในปี 2512 ข้างล่างครับ) หลังจากนั้น ส่วนมากก็จะต้องนั่งรถจากปัตตานีไปค้างคืนที่ยะลา รุ่งเช้า ถ้าถนนไม่ปิด ก็จะออกเดินทางไปเบตงกัน

 

ขอบคุณภาพจากเพจ Panitan Wattanayagorn

 

ความฝันของคุณพ่อของผม (คนสวมหมวก ยืนหลังรถ Fiat 1500 ในรูปถ่ายเมื่อปี 2512) ก็คือได้เห็นเมืองเบตงเป็นเมืองเปิด ชาวเบตงไปมาหาสู่กับโลกภายนอกได้สะดวก เมืองเบตงมีเศรษฐกิจดี ไม่ต้องพึ่งพาธุรกิจที่ผิดกฏหมาย ประชาชนมีความสุข มีความเป็นอยู่ที่ดี โจรผู้ร้ายไม่มี และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทำหน้าที่ตรงไปตรงมา ไม่ทุจริต ประพฤติมิชอบ หรือไม่ถูกทำโทษด้วยการถูกส่งให้มาอยู่ในเมืองที่ห่างไกลความเจริญ และสร้างปัญหาให้ชาวบ้านเพิ่มขึ้น ซึ่งนอกจากฝันแล้ว คุณพ่อของผมก็ได้ผลักดันในเรื่องนี้ร่วมกับชาวเบตงอีกหลายคนอย่างแข็งขัน

 

ขอบคุณภาพจากเพจ Panitan Wattanayagorn

 

ในช่วงเวลาที่ผมนั่งไปในรถบนเส้นทางสายเบตง-ยะลา คุณพ่อของผมก็จะเล่าเรื่องความตั้งใจนี้ให้ผมฟังซ้ำๆ ทุกครั้ง และบอกว่าสักวันเมืองเบตงจะเมืองต้นแบบของเรา คล้ายๆ กับเมืองบนภูเขาที่สวิตเซอร์แลนด์

 

ตอนนั้น ผมคงยังเด็กเกินกว่าที่จะเข้าใจอะไร และส่วนใหญ่ ผมก็เมารถ อาเจียน และหลับๆ ตื่นๆ ไปตลอดทางแทบทุกครั้ง

 

จนเมื่อหลายปีมานี้เอง ผมได้มีโอกาสเดินทางด้วยรถยนต์ขึ้นไปตามเมืองต่างบนภูเขาที่สวิตเซอร์แลนด์ ผมจึงเข้าใจได้ว่าคุณพ่อของผมพูดถึงอะไร

 

วันที่ 7 มีนาคม เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นวันครบรอบ 46 ปีที่คุณพ่อของผมเสียชีวิตโดยการกระทำของกลุ่มมิจฉาชีพที่ร่วมมือกับพวกที่ทุจริตประพฤติมิชอบ และพวกขบวนการผิด กฏหมาย

 

แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ความฝันของคุณพ่อของผมบางอย่างเกี่ยวกับเมืองเบตงก็เกิดขึ้นแล้ว และหวังว่าในที่สุดชาวเบตงคงจะได้พบกับความสุขความเจริญ อย่างที่หลายคน รวมทั้งคุณพ่อของผมได้ตั้งใจไว้