เรื่องนี้ยังต้องทุ่มเงินลงทุนสูง ผู้ที่ลงทุนเรื่อง LLM แม้จะยังมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด แต่รู้ว่าจะต้องทุ่มเงินเต็มที่เพื่อให้ระบบฉลาดครบถ้วน ตั้งแต่เทคโนโลยีจนถึงปัจจัยชีวิต โลกนี้กว้างใหญ่ไพศาลจริงๆ พร้อมระบุว่าประเทศไทยยังมีความหวัง เพราะเรามีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทำให้คนไทยเป็นหนึ่งเดียว ไม่แตกแยก ทุกคนเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ บ้านเมืองไม่วุ่นวายเหมือนประเทศอื่น
นักธุรกิจมองเรื่องแรกคือการเมืองนิ่งหรือไม่ วันนี้ประเทศไทยสงบที่สุดและเต็มไปด้วยโอกาส เหมือนช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ญี่ปุ่นและทั่วโลกมาลงทุน วันนี้เป็นอีกครั้งที่ทั่วโลกสนใจหันมาลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อผลิตข้อมูล โทเค็นที่ใช้กับ LLM และนำเทคโนโลยีทุกอย่างไปใช้
ยกระดับเศรษฐกิจเดิมและภาคเกษตรด้วย AI ลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพ
นายธนินท์ กล่าวต่อว่า ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจใดรวมถึงเกษตรกรรมก็หนีไม่พ้น AI ลองศึกษาลึกๆ จะพบว่า AI ให้ความรู้ทุกคนเท่าเทียมกับองค์กรใหญ่ เมื่อทุกคนมีความรู้ก็ย่อมพัฒนาได้ ประวัติศาสตร์ระบุว่าประเทศที่เจริญเพราะมีความรู้สูง แต่พอรุ่งเรืองแล้วต้องเปลี่ยนแปลง หากไม่เปลี่ยนก็จะถอยหลัง ซึ่ง AI ช่วยให้ความรู้เท่ากัน แต่ความสามารถอยู่ที่แต่ละคนและแต่ละบริษัท
สำหรับภาคธุรกิจอาหาร เกษตร และค้าปลีก ซีพีได้หาผู้เชี่ยวชาญทุกด้านและมองหาคนเก่งเรื่อง AI เนื่องจาก IT กับ AI ไม่เหมือนกัน AI ต้องมีความรู้จริงเพื่อต่อยอดจาก IT และต้องมีกลุ่มคนพิเศษนี้มาช่วยเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะภาคเกษตร ซึ่งเป็นเทคโนโลยีขั้นสูง ทั้งเรื่องดิน ฟ้า อากาศ สิ่งแวดล้อม การผลิต เก็บเกี่ยว รักษา และแปรรูปสินค้าเพื่ออภิบาลมนุษย์หรือสัตว์
จากนั้นต่อยอดสู่ระบบโลจิสติกส์และการผลิต การทำโรงงานในยุค AI จะไม่เหมือนยุคเก่า ทุกอย่างจะหนีไม่พ้นไฟฟ้า หัวใจยุคใหม่คือไฟฟ้า ประเทศไหนมีไฟฟ้า ประเทศนั้นจะสำเร็จทั้ง AI หุ่นยนต์ รถยนต์ และเครื่องบิน แบตเตอรี่จิ๋วในมือถือหรือรถยนต์ไฟฟ้าก็ต้องใช้ไฟฟ้า เมืองไทยเต็มไปด้วยโอกาส
นายธนินท์ ฝากถึงรัฐบาลว่า เราไม่กลัวเอกชนมาลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ ยิ่งเยอะเท่าไหร่ยิ่งดี สหรัฐอเมริกามีปัญหาเรื่องขาดแคลนไฟฟ้า เครื่องปั่นไฟในญี่ปุ่นถูกจองยาวไป 7 ปี รวมถึงจีนก็ประสบปัญหาเรื่องไฟฟ้าเช่นกัน นอกจากนี้ แสงอาทิตย์ ลม และน้ำ ก็ยังไม่เพียงพอ จึงฝากรัฐบาลมองเป็นโอกาสในการขายไฟฟ้า และในอนาคตธุรกิจใหญ่อย่างไฟฟ้านิวเคลียร์ก็ต้องมาแน่นอน เพราะสะอาดและปลอดภัย สุดท้ายคือการขายข้อมูล ในโลกนี้ข้อมูลไม่มีวันสิ้นสุด จะมีข้อมูลใหม่และเทคโนโลยีใหม่เกิดขึ้นเสมอ
นโยบายเครือซีพีคิดและทำล่วงหน้าเสมอ สมัยโบราณต้องไปสืบราคาแต่ละเจ้าเพื่อหาผู้ขายที่ถูกที่สุด แต่ปัจจุบันสามารถถามราคาได้ทั่วโลก การตั้งกำไรบวกราคาแบบเดิมได้หมดไปแล้ว ซีพีต้องพัฒนาเปลี่ยนเครื่องจักรและใช้ AI มาช่วยลดต้นทุนให้ถูกลงทุกวัน หากตามไม่ทันธุรกิจก็อาจล้มละลาย เพราะโลกหมุนเปลี่ยน ใครผลิตของดีราคาถูกได้คนก็จะซื้อ กำไรต้องลดลงแต่คุณภาพต้องเพิ่มขึ้น ซึ่งเกี่ยวข้องกับ AI เครื่องจักร และโลจิสติกส์ที่มีการเติบโตสูงจากการขายออนไลน์
มองการจ้างงานยุค AI และข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ-ระบบราชการ
เมื่อถามว่า AI จะทำให้คนตกงานหรือไม่ นายธนินท์ มองว่า การทำให้คนตกงานเป็นเพียงชั่วคราว การแข่งขันทั้งการผลิตและโลจิสติกส์จะสูงขึ้น ทำให้ GDP ของชาติสูงขึ้น ในอดีตกว่า 100 ปีที่อเมริกาใช้รถแทรกเตอร์ ชาวนาเคยต่อต้านเพราะกลัวมีปัญหา แต่สุดท้ายรถแทรกเตอร์ทำให้เกษตรกรรวยขึ้น ผลผลิตเกษตรที่มากขึ้นทำให้เกิดธุรกิจ การค้า และอุตสาหกรรมตามมา ในยุคนี้ก็เช่นกัน เชื่อมั่นว่าจะมีธุรกิจใหม่ๆ เกิดขึ้นอีกมาก และ AI ไม่ได้ทำให้คนตกงาน แต่ทำให้คนมีงานทำมากขึ้น เก่งขึ้น และเห็นโอกาสกว้างขึ้น
พร้อมกันนี้ นายธนินท์ ได้ให้ข้อเสนอแนะถึงรัฐบาลว่า รัฐบาลต้องใช้ AI และเปลี่ยนแปลงให้ก้าวทันยุคดิจิทัล หากภาคเอกชนเปลี่ยนแต่รัฐบาลไม่เปลี่ยน ทั้งกฎหมายและการบริหารจัดการไม่ปรับตัว ธุรกิจก็ไปไม่รอด ข้าราชการต้องเปลี่ยนแปลง ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย เพิ่มประสิทธิภาพ กฎหมายยุคนี้ล้าสมัยแต่ยังไม่ได้แก้ไข ข้าราชการไทยเก่งไม่แพ้ใคร แต่อาจติดที่ระบบ
ข้าราชการควรเป็นเสาหลักของประเทศ แต่วันนี้เงินเดือนน้อยเกินไป ทำให้คนเก่งไปทำธุรกิจหมด ข้าราชการควรมีเงินเดือนสูงเหมือนที่สิงคโปร์เป็นตัวอย่างที่ดี การเมืองและการแก้กฎหมายต้องปรับปรุงเพื่อให้ก้าวทันโลก
แนะลงทุนชลประทานแก้แล้ง-ฝากถึงคนรุ่นใหม่
สำหรับเศรษฐกิจใหม่ใน 5-10 ปีข้างหน้า นายธนินท์ กล่าวว่า ประเทศไทยมีดินฟ้าอากาศที่ดีที่สุด ปลูกอะไรก็ได้ แต่ปัญหาคือขาดระบบชลประทาน มีน้ำมากแต่ทำให้ท่วม หากมีเขื่อนเก็บน้ำที่ดีจะไม่แล้งและไม่ท่วม ผลผลิตจะมีคุณภาพสูง การลงทุนด้านชลประทานกู้เท่าไหร่ก็คุ้มค่า เพราะคืนทุนได้รวดเร็ว ทำให้เกษตรกรรวยขึ้นและรัฐไม่ต้องช่วยเหลือ
ท้ายที่สุด นายธนินท์ ฝากถึงคนรุ่นใหม่ว่า ประเทศไทยมีอัตราการเกิดลดลง ปีหนึ่งมีเด็กเกิดใหม่เพียง 3 แสนกว่าคนเท่านั้น จึงไม่ต้องห่วงว่าจะตกงาน รัฐบาลควรลงทุนเรื่องไฟฟ้า ดึงดาต้าเซ็นเตอร์เข้ามา และสร้างธุรกิจใหม่ๆ
ให้คนรุ่นใหม่ได้ใช้ประโยชน์จาก AI อย่างเต็มที่ คนไทยมีความสามารถไม่แพ้ชาติใดในโลก มหาวิทยาลัยต้องปรับเปลี่ยนการสอนให้รู้จักใช้ AI และเน้นการเรียนรู้จากการทำงานจริง (Action Learning) ประสบการณ์คือปัญญาในยุคนี้ การเปลี่ยนแปลงนี้หากเรายอมรับและนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เมืองไทยมีความหวังอย่างแน่นอน