เนชั่นทีวี

Business

House Of Wisdom กระทุ้งองค์กรลงทุน AI ไม่คุ้มทุน ชี้ AI Agent จ่อแทนคน 80%

20 ต.ค. 2569 | apirak_pra

House Of Wisdom กระทุ้งองค์กรลงทุน AI ไม่คุ้มทุน ชี้ AI Agent จ่อแทนคน 80%

กระทุ้งกลางเวที Nation Forum 2027 House Of Wisdom ชี้องค์กรแห่ทุ่มงบลงทุน AI แต่ผลลัพธ์ไม่คุ้มทุน เตือนจับตา AI Agent จ่อแทนคน 80% แนะปรับโครงสร้างบุคลากรทรงเพชร

กระทุ้งกลางเวที Nation Forum 2027 House Of Wisdom ชี้องค์กรแห่ทุ่มงบลงทุน AI แต่ผลลัพธ์ไม่คุ้มทุน เตือนจับตา AI Agent จ่อแทนคน 80% แนะปรับโครงสร้างบุคลากรทรงเพชร

KEY

POINTS

  • House of Wisdom ชี้ว่าหลายองค์กรลงทุนด้าน AI เพิ่มขึ้นแต่ยังไม่คุ้มค่า เนื่องจากมุ่งเน้นแค่การนำมาใช้ แต่ไม่ได้ปรับปรุงกระบวนการทำงานเพื่อสร้างมูลค่าทางธุรกิจจริง
  • คาดการณ์ว่าภายใน 12 เดือนข้างหน้า เทคโนโลยี AI Agent จะสามารถเรียนรู้และทำงานประจำ (Routine Task) แทนมนุษย์ได้มากกว่า 80%
  • องค์กรจำเป็นต้องปรับโครงสร้างบุคลากรเป็น "รูปทรงเพชร" โดยลดสัดส่วนพนักงานระดับเริ่มต้น และเพิ่มพนักงานระดับกลางที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อควบคุมและเลือกใช้เครื่องมือ AI
  • ความสำเร็จในการใช้ AI ในองค์กรขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการบุคลากรและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมถึง 70% ส่วนเทคโนโลยีและข้อมูลเป็นปัจจัยรอง

ในการสัมมนา Nation Forum 2027 : Thailand's Agenda บนเวทีเสวนาหัวข้อ "People : From AI Tools to AI Teammates" ภายใต้เซสชัน THE INTELLIGENCE ECONOMY : AI, Robotics & Quantum นายเรืองโรจน์ พูนผล ผู้ร่วมก่อตั้ง House Of Wisdom (H.O.W.) Club ได้เปิดเผยถึงมุมมองและข้อสังเกตสำคัญเกี่ยวกับการลงทุนและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในภาคธุรกิจไทย

 

นายเรืองโรจน์ ระบุว่า ปัจจุบันหลายองค์กรให้ความสนใจทุ่มงบประมาณลงทุนด้าน AI เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมเฉลี่ยร้อยละ 0.8 ของรายได้ ขยับขึ้นมาเป็นร้อยละ 1.7 ของรายได้ สอดคล้องกับศักยภาพของเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้นหลายสิบเท่าตัว ทว่าผลลัพธ์เชิงธุรกิจที่ได้รับกลับคืนมายังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่คาดหวัง ส่งผลให้เกิดความรู้สึกว่าเม็ดเงินที่ลงทุนไปนั้นยังไม่คุ้มค่าเท่าที่ควร

 

ต้นตอสำคัญของปัญหาดังกล่าว เกิดจากการที่หลายองค์กรยังคงติดกับดักการวัดผลเพียงแค่ยอดการเปิดใช้งาน (Adoption rate) โดยไม่ได้โฟกัสไปที่การปรับปรุงผลลัพธ์หรือกระบวนการทำงานจริง มักศึกษาเทคโนโลยีเพียงผิวเผินและไม่สามารถนำมาสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงยังคงยึดติดอยู่กับกรอบวิธีคิดการทำงานแบบดั้งเดิม ทำให้การเติบโตขององค์กรวิ่งตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีไม่ทัน

สำหรับทิศทางการพัฒนาในอนาคต คาดการณ์ว่าภายใน 12 เดือนข้างหน้า เทคโนโลยี "AI Agent" จะถูกนำมาติดตั้งและฝังลงในอุปกรณ์ส่วนบุคคลหรืออุปกรณ์ที่พนักงานใช้งานในชีวิตประจำวัน โดย AI Agent จะสามารถเรียนรู้พฤติกรรมการทำงาน และก้าวเข้ามาปฏิบัติงานประจำ (Routine Task) แทนที่มนุษย์ได้มากกว่าร้อยละ 80 ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้จะเริ่มเห็นสัญญาณชัดเจนตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2026 โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ที่ระบบ AI Agent จะเข้ามาทำหน้าที่คัดเลือกและตัดสินใจซื้อสินค้าให้แก่ผู้บริโภคโดยอัตโนมัติ

 

จากแนวโน้มดังกล่าว องค์กรจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างบุคลากรใหม่ให้เป็น "รูปทรงเพชร" (Diamond Shape) โดยสัดส่วนพนักงานจบใหม่ (Entry Level) จะปรับลดลงจากร้อยละ 45 เหลือเพียงร้อยละ 7.5 ขณะที่สัดส่วนพนักงานระดับกลางที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางจะเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 10 ไปแตะที่ร้อยละ 50 เพื่อทำหน้าที่ควบคุมและเลือกใช้เครื่องมือ AI ให้ตรงกับลักษณะงานเพื่อความคุ้มค่าด้านต้นทุน

 

นายเรืองโรจน์ เน้นย้ำว่า ความสำเร็จของการทำ AI Transformation ในองค์กรนั้น อาศัยตัวเทคโนโลยีเพียงร้อยละ 10 และข้อมูลร้อยละ 20 ส่วนอีกร้อยละ 70 หัวใจหลักอยู่ที่การบริหารจัดการบุคลากรและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ดังนั้น ผู้บริหารระดับสูงต้องมีวิสัยทัศน์ วิจารณญาณที่เครื่องจักรไม่สามารถทดแทนได้ ตลอดจนต้องเข้าใจขีดจำกัดและอคติของ AI เพื่อวางกรอบความปลอดภัยควบคู่ไปกับการรักษาข้อมูลสำคัญขององค์กร
 

ทั้งนี้ แม้ AI จะมีความสามารถด้านการประมวลผลข้อมูลที่เหนือกว่ามนุษย์ แต่องค์กรต้องไม่ละทิ้งคุณค่าของ "ความเป็นมนุษย์" ทั้งความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) และความมุ่งมั่น การผสานเทคโนโลยีจึงต้องดำเนินไปพร้อมกับการยกระดับศักยภาพบุคลากร เพราะมนุษย์ยังคงเป็นผู้กำหนดทิศทางและสร้างสรรค์อนาคตขององค์กรอย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด